
มรสุมรุมเร้าศก.ไทย-ส่งออกไปยุโรปเจอดี
“โฆสิต” ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้เผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยง 3 แรงกดดัน แต่ยังโตได้ 4-5% เตือนผู้ส่งออกไปยุโรประวังตัว
“โฆสิต” ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้เผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยง 3 แรงกดดัน แต่ยังโตได้ 4-5% เตือนผู้ส่งออกไปยุโรประวังตัว
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลักๆ 3 ด้าน ประกอบด้วย ผลพวงจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายสูงเป็นอันดับที่ 7 ของโลกในรอบ 32 ปี
นอกจากนี้ ยังเจอกับเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยคาดว่าในปีนี้จะเติบโตได้เพียง 3.3% ลดลงจากปี 2554 ที่เติบโต 3.8 % อีกทั้งยังเผชิญกับปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปที่คาดว่า ในปีนี้จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และมีโอกาสที่บางประเทศอาจต้องแยกตัวออกมาจากกลุ่มอียู
“ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟที่ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับลดการเติบโตลงไปกว่า 1.2% จึงคาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตได้เพียง 3.3% ลดลงจากปี 2554 ที่เติบโต 3.8% ซึ่งการถดถอยจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก” นายโฆสิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะยังเติบโตได้ที่ระดับ 4-5% เพราะมีฐานการเติบโตในปีที่ผ่านมาต่ำ แต่ต้องระมัดระวังแรงกดดันหรือแรงต้านใน 3 ประเด็น คือ เรื่องอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นในรูปของราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้น การส่งออกก็ได้รับผลกระทบจากการค้าโลกที่หดตัวลงเหลือ 3.8% และต้องจับตาดูการไหลเข้าออกของเงินทุนที่จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน
“ธุรกิจส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มที่ค้ากับยุโรปตะวันตกจะพบกับความลำบากในปีนี้ เพราะปัญหายุโรปจะกระทบเป็นลูกโซ่ หากยุโรปเกิดปัญหา จีนที่ส่งออกไปยุโรปถึง 22% ก็กระทบไปด้วย ขณะที่ปัญหาราคาสินค้าก็น่ากังวล” นายโฆสิต กล่าว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกและไทยที่มีความผันผวนจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน เพราะเศรษฐกิจยุโรปยังอยู่ในภาวะร่อแร่







