
ถกทูตพาณิชย์ดันส่งออก
นัด10ก.พ.ปั้นแผนโต15% ฟันธงไตรมาส1ขยับ1-5%
นัด10ก.พ.ปั้นแผนโต15% ฟันธงไตรมาส1ขยับ1-5%
เรียกถกทูตพาณิชย์ 10 ก.พ. วางแผนผลักดันเป้าส่งออกทั้งปีโต 15% ฟุ้งไตรมาสแรกขยับ 1-5%
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า การประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก วันที่ 10 ก.พ.นี้ จะมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ร่วมด้วยนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะดูแลกำกับกรม จะเข้าร่วมหารือและมอบนโยบายให้กับทูตพาณิชย์เพื่อผลักดันให้การส่งออกไทยปี 2555 ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 15% มูลค่า 7 ล้านล้านบาท
การหารือจะปรับแผนการทำงานให้เข้มข้นขึ้น เพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ยังมั่นใจการส่งออกไตรมาสแรกจะขยายตัวเป็นบวกได้ 1-5% แม้หลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่าจะติดลบเพราะเชื่อว่าโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจะฟื้นการผลิตได้เร็ว
นอกจากนี้ กำลังซื้อในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดใหม่ๆ ที่เป็นเป้าหมายทั้งอาเซียน จีน แอฟริกา และรัสเซีย ก็ยังมีอยู่มาก โดยในปีนี้กรมจะผลักดันการส่งออกไปตลาดอาเซียนให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วน 21-22% ให้เพิ่มเป็น 23-24% ทดแทนตลาดอียูและสหรัฐที่ส่งออกลดน้อยลง จึงต้องเน้นสินค้าที่จะผลักดันเป็นพิเศษ เช่น อียู ต้องผลักดันสินค้าแฟชั่น เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้เตรียมโครงการ “ต้นกล้า ทู โกล พัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีไทยสู่สากล” เป็นหนึ่งในแผนส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อเจาะตลาดอาเซียน และรองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
กรมตั้งเป้าที่จะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกกลุ่มสินค้า จัดโครงการคัดเลือกผู้ประกอบการแต่ละอุตสาหกรรม นำร่องกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ร่วมส่งเสริมจะจัดกิจกรรมโรดโชว์งานแฟร์ยังตลาดเป้าหมายในอาเซียนเพื่อผลักดันยอดการส่งออกต่อไป
ด้านนางกรภัคร์ มีสิทธิตา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมหัตถอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โอกาสที่เอสเอ็มอีไทยจะเข้าไปเจาะตลาดอาเซียนยังพอมีอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าภาครัฐจะวางยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นคู่ค้าหรือคู่แข่งกับประเทศในอาเซียน
ประเทศที่กลุ่มมองว่ามีโอกาสเติบโตและเป็นฐานลงทุนให้กับไทยได้ คือ พม่า จึงต้องการให้ภาครัฐทำแผนให้ชัดเจน บุกตลาดพม่าให้ได้ก่อนประเทศอื่นภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเออีซี เพื่อสร้างความได้เปรียบ ส่วนความพร้อมของเอสเอ็มอีในกลุ่มหัตถอุสาหกรรมมีสัดส่วนถึง 50% ที่พร้อมรับการแข่งขันต่อการเปิดเออีซี
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า พม่าเป็นประเทศเปิดใหม่ที่น่าสนใจในอาเซียนมากสุดขณะนี้ จึงต้องให้รัฐบาลวางเป้าหมายให้ชัด เพราะไทยมีความได้เปรียบ เนื่องจากมีพื้นที่ชายแดนติดพม่า สามารถเป็นประตู (เกตเวย์) เชื่อมต่อให้ทุกการลงทุนไปพม่าได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะอาศัยจุดแข็งชิงความได้เปรียบนั้นได้อย่างไร







