posttoday
คาดวาเลนไทน์เงินสะพัดเพิ่ม 5%

คาดวาเลนไทน์เงินสะพัดเพิ่ม 5%

07 กุมภาพันธ์ 2555

เทศกาลแห่งความรักเงินสะพัด 2,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% วัยรุ่นยังซื้อของมาก ขณะที่วัยทำงานระวังการใช้เงินมาขึ้น

เทศกาลแห่งความรักเงินสะพัด 2,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% วัยรุ่นยังซื้อของมาก ขณะที่วัยทำงานระวังการใช้เงินมาขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติ พฤติกรรม และการใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ ว่า การใช้จ่ายในช่วงวันวาเลนไทน์ปี 2555 คาดว่าจะมีมูลค่า 2,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.13% แต่ยังคงขยายตัวต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งถือว่าเทศกาลในปีนี้จะมีความคึกคักพอสมควร เพราะเป็นเทศกาลของวัยรุ่น พร้อมที่จะแสดงออกในด้านการซื้อสินค้า ดังนั้นการค้าขายของขวัญ ดอกไม้ ท่องเที่ยว จะยังคงคึกคักในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ การใช้จ่ายเฉลี่ยรวมจะอยู่ที่ 1,348 บาทต่อคน ซึ่งการใช้จ่ายในการซื้อของขวัญของกลุ่มคนที่มีช่วงอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 29 ปี จะมีการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มอายุตั้งแต่ 30 ปีถึง 50 ปีขึ้นไปค่าใช้จ่ายจะทรงตัว และลดลงเล็กน้อย  สำหรับกิจกรรมและการซื้อของ 48.6% ไปทานข้าวนอกบ้าน 38.1% ซื้อช็อกโกแลต 34.8% ซื้อดอกไม้ 31.4% ดูหนัง และ 24.8% ซื้อของขวัญ

ด้านปริมาณการซื้อสินค้า 53.4% ซื้อปริมาณเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 30% ซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนมูลค่าการซื้อสินค้า 50.7% ตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลง 33% ซื้อของมูลค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าราคาแพง เป็นช่วงเทศกาล และต้องการให้เกิดความประทับใจ และ16% มูลค่าน้อยลง เพราะเศรษฐกิจไม่ดี และสินค้าราคาแพง โดยที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ 47% มาจากเงินออม 40.7% เงินเดือน 6.9% ขอผู้ปกครอง และ 5.4% โบนัส

สำหรับทัศนะต่อประเด็นต่างๆ ผู้ตอบ 87.6% เห็นว่าวันวาเลนไทน์มักมีการขึ้นราคาดอกไม้เกินจริง 86.6% วาเลนไทน์ก่อให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควร และ83.9% มักมีการขึ้นราคาของขวัญเกินจริง

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในระดับ 1.5-2% ขณะที่ไตรมาส 2 จะขยายตัว 4-5% แต่ยังมีความน่ากังวล เนื่องจากประชาชนมีความเครียดกับค่าครองชีพที่สูงมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจทัศนะต่อการคุมราคาอาหารให้อยู่ในระดับ 25-30 บาท ผู้ตอบ 62.7% เห็นด้วย เพราะเป็นการช่วยเหลือผู้บริโภค เป็นราคาที่เหมาะสม และรายได้ของผู้บริโภคไม่เพิ่มขึ้นขณะที่ราคาจ่ายมีแนวโน้มสูง โดยหากต้องปรับราคาเพิ่ม ผู้ตอบ 32.1% เห็นว่าต้องค่อยๆปรับขึ้นตามความเหมาะสมกับค่าครองชีพ 22.7% ปรับขึ้นไม่เกิน 3 บาท 22.4% ไม่ควรปรับขึ้นเลย 12.1% ควรปรับขึ้นไม่เกิน 5 บาท และ 10.7% ขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง

ด้านการขึ้นราคาพลังงาน 67.8% ไม่เห็นด้วย เพราะค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว กลัวสินค้าอื่นขึ้นราคาตาม และกลัวค่าขนส่งสูงขึ้น 12.1% เห็นด้วย และ 10.1% ไม่มีความเห็น แต่หากต้องปรับขึ้นผู้ตอบ 27.8% เห็นว่าไม่ควรปรับขึ้นเลย 25.1% ค่อยๆปรับขึ้นเพิ่มไม่ให้เดือดร้อน 21.2% ปรับขึ้นรวมไม่เกิน 2-3 บาทต่อลิตร 13.6% ปรับขึ้นรวมไม่เกิน 5 บาทต่อลิตร และ 12.3% ปรับขึ้นตามราคาตลาด

“เศรษฐกิจอยู่ระหว่างการฟื้นตัว แต่ต้องระวังเรื่องราคาพลังงานแพงอาจทำให้เกิดการอาการช็อกได้ รัฐบาลจึงต้องดูแลอย่างให้กระทบต่อผู้บริโภคมาก เพราะเศรษฐกิจยังฟื้นไม่เร็วพอที่จะรองรับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้” นายธนวรรธน์ กล่าว   

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท