
บลจ.ทหารไทยทวงอันดับ5คืน
ตั้งเป้าดันเอยูเอ็ม1.4แสนล.มั่นใจกองสำรองเลี้ยงชีพโต
ตั้งเป้าดันเอยูเอ็ม1.4แสนล.มั่นใจกองสำรองเลี้ยงชีพโต
บลจ.ทหารไทย ลั่น ปีนี้ขอทวงอันดับ 5 คืน หลังตกไปอันดับ 6 หวังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพช่วย คุยกองทุนโชว์กำไรดีกว่าดัชนี
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย กล่าวว่า ในปี 2555 ตั้งเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เป็น 1.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% จาก 1.3 แสนล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2554 ซึ่งหากสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดกลับขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 5 จากอันดับ 6 ในปัจจุบัน
นายสมจินต์ กล่าวว่า ปีนี้จะรุกธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่อง หลังจากขนาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภายใต้การบริหารของบริษัทมีมูลค่าทะลุหมื่นล้านบาท โดยเพิ่มเป็น 10,014 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะเติบโตได้ประมาณ1520% จากปีก่อน
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเราจะใช้แนวทาง Employee’s Choice เป็นแนวทางหลักและมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับ โดยได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ที่จดทะเบียนแล้ว ซึ่งเป็นกองทุนที่มีลักษณะเป็น Master Pooled Fund สมาชิกกองทุนเลือกนโยบายการลงทุนได้กว่า 10 นโยบาย ทำให้สมาชิกสามารถกำหนดแผนการลงทุนโดยผสมผสานนโยบายต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการ ลักษณะดังกล่าวทำให้กองทุนมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเมื่อสิ้นปี 2554 ขนาดกองทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 ล้านบาท มีบริษัทเข้าร่วมกว่า 150 ราย” นายสมจินต์ กล่าว
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย กล่าวว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีนี้จะเน้นไปที่กลุ่มลูกจ้างที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุน เช่น กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และ บลจ.
พร้อมกันนี้ บลจ.ทหารไทย ยังมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน โดยคิดค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมสมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุน โดยยังคงยึดมั่นในการเป็นผู้นำด้านการบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Investment)
“แม้จะบริหารกองทุนในเชิงรับ แต่ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและโดดเด่นกว่ากองทุนเชิงรุกส่วนมาก เช่น ในปี 2554 กองทุนประเภทหุ้น เช่น กองทุนเปิดทหารไทย Jumbo 25 สร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 6.65% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET50 ที่เพิ่มขึ้น 3.74%” นายสมจินต์ กล่าว
นอกจากนี้ นายสมจินต์ ยังกล่าวอีกว่า ปีนี้จะสานต่อแนวคิดกลยุทธ์การตลาดผสานความรู้ทางการลงทุนต่อเนื่อง และจะเน้นการ สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้ากลุ่มต่างๆ







