posttoday
GUNKUL

GUNKUL

07 กุมภาพันธ์ 2555

การเปิดประเทศของพม่าได้รับความสนใจจากนานาประเทศ เนื่องด้วยพม่าเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติมากมาย

การเปิดประเทศของพม่าได้รับความสนใจจากนานาประเทศ เนื่องด้วยพม่าเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติมากมาย

ทั้งข้าว อ้อย ปอ สังกะสี ดีบุก น้ำมันปิโตรเลียม ทางด้านภูมิศาสตร์ที่มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์ มีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังกลาเทศและอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทิเบตและจีน ส่วนทางตะวันออกติดกับลาว และทางตอนใต้ติดกับไทย ถนนในพม่าส่วนใหญ่ขนานไปกับภูเขาและแม่น้ำ ทอดไปตามความยาวของประเทศเช่นเดียวกับทางรถไฟ เพียงแต่ทางถนนและทางรถไฟยังมีจำกัด แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำในภูมิภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจ

GUNKUL ภายใต้การนำของ กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร ได้เข้าไปลงทุนในพม่ามากว่า 15 ปี โดยขายอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบพลังงานทดแทน ภายใต้ตรา “GUNKUL” “PIGMAN” และ “Topweld” จนถึงวันนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการค้าขายและมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลพม่า การที่พม่าเปิดประเทศมากขึ้นจะยิ่งส่งเสริมการค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัท เนื่องจากตลาดไฟฟ้าของพม่ามีโอกาสในการเติบโตอีกมาก จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียง 5,000 เมกะวัตต์ เทียบกับไทยที่ผลิต 2.5 หมื่นเมกะวัตต์ ล่าสุด GUNKUL ได้ร่วมลงนามในบันทึกตกลงความเข้าใจในการศึกษาโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1,000 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการกว่า 6 หมื่นล้านบาท กับกระทรวงพลังงานของพม่า คาดว่าจะเริ่มเข้าไปลงทุนก่อสร้างใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังลมให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นการสร้างความมีเสถียรภาพให้กับกำไรมากขึ้นในอนาคต

ปัจจุบันรายได้หลักของ GUNKUL ยังมาจากธุรกิจดั้งเดิมคือการจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้า มีสินค้ากว่า 5,000 รายการ แต่นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปรายได้จากการผลิตไฟฟ้าจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น หลังจากปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ปัจจุบัน GUNKUL มีโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า 2 โครงการ คือ 1) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิต 30.9 เมกะวัตต์ ที่ จ.เพชรบูรณ์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี แบบ Non Firm กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีแรก และ 50% ในปีที่ 9–13 เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าส่งขายให้กับ กฟภ. แล้วเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2554 และ 2) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิต 26 เมกะวัตต์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี แบบ Non Firm กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีแรก และ 50% ในปีที่ 9–13 มูลค่าโครงการของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 ประมาณ 2,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการระดมเงินทุนและหาพันธมิตรร่วมทุน แหล่งเงินทุนมาจากเงินกู้และเงินทุนจากทั้งพันธมิตรและบริษัท โดยคาดว่าบริษัทจะถือหุ้น 40% และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้

การเติบโตของกำไรสุทธิในปีนี้คาดว่าจะสูงถึงกว่า 4 เท่าจากปีก่อน (จาก 95 ล้านบาท ในปี 2554 เป็น 416 ล้านบาท) เพราะดีลขายโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 เลื่อนจากปีก่อนมาอยู่ในปีนี้แทน ซึ่งนอกจากจะทำให้บริษัทมีกำไรจากขายโรงไฟฟ้าบางส่วนแล้ว ยังทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าแห่งแรกอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากธุรกิจขายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมูลค่างานในมือ (Backlog) แล้วประมาณ 1,600 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ของเราประเมินมูลค่าแยกตามประเภทของธุรกิจ โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจขายอุปกรณ์ไฟฟ้า 8.60 บาท มูลค่าของโรงไฟฟ้าแห่งแรก 3.30 บาท และแห่งที่ 2 อีก 1.40 บาท (ตั้งสมมติฐานถือหุ้น 40%) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1,000 เมกะวัตต์ ในพม่า 7.20 บาท (ตั้งสมมติฐานถือหุ้น 10%) รวมเป็นมูลค่าที่เหมาะสม 20.50 บาท และยังมีศักยภาพในการเติบโตสูงในตลาดพม่า ถือเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนระยะยาว 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท