
ฟรอสต์แนะ‘ไอซีที’กู้ชีพทีโอทีกสทฯ
ฟรอสต์แนะกู้ชีพทีโอทีกสทฯ ก่อนหมดสัมปทาน ชูกลยุทธ์ซินเนอร์จี ผนึกจุดแข็งร่วมกัน
ฟรอสต์แนะกู้ชีพทีโอทีกสทฯ ก่อนหมดสัมปทาน ชูกลยุทธ์ซินเนอร์จี ผนึกจุดแข็งร่วมกัน
น.ส.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก เปิดเผยว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ต้องเป็นหน่วยงานกลางที่จะเข้ามา สร้างโรดแมปให้กับบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ในการเตรียมพร้อมองค์กรรับมือกับรายได้จากสัมปทานที่ใกล้จะหมดอายุ โดยใช้กลยุทธ์ซินเนอร์จีจุดแข็งร่วมกันและลดการลงทุนซ้ำซ้อน
ทั้งนี้ เรื่องการไม่ลงทุนซ้ำซ้อนเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ทั้งสององค์กรนี้อยู่รอดได้มากที่สุด โดยให้ กสทฯ เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายหลัก หรือคอร์ เน็ตเวิร์ก และทีโอทีเน้นในเรื่องการเข้าถึงบ้านผู้ใช้ หรือลาสต์ไมล์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของทั้งกสทฯ และทีโอทีอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องควบรวมกันก็ได้
นอกจากนี้ การใช้กลยุทธ์ซินเนอร์จีจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ทั้งสององค์กรสามารถประคองตัวต่อไปได้ ขณะที่ยังเปิดให้เอกชนสามารถมาเช่าใช้โครงข่ายของ กสทฯ ด้วยได้ ซึ่งจะเป็นลักษณะการทำธุรกิจแบบพันธมิตรมากกว่าที่จะแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะกสทฯ และทีโอทีไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้
ปัจจุบัน รายได้จากเอกชนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของรายได้รวมทั้งทีโอทีและ กสทฯ โดยปีที่ผ่านมา กสทฯ มีรายรับ5.2 หมื่นล้านบาท แต่หากไม่รวมรายได้จากสัมปทาน จะเหลือเพียง 1.7 หมื่นล้านบาท หรือขาดทุน 1,776 ล้านบาท ซึ่งในปี 2556 บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี จะหมดสัมปทาน ทำให้รายได้จะหายไปเกือบ 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปีนี้ จะเห็นการทำธุรกิจในลักษณะพันธมิตรกันมากขึ้น เช่น ความร่วมมือด้านบริการไวไฟ ระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และ ทรี บรอดแบนด์ การเช่าใช้โครงข่ายเพื่อทำการตลาด 3 จี หรือ เอ็มวีเอ็นโอ .ซึ่งถือเป็นแนวทางการเพิ่มบริการใหม่ๆ และทางออกให้กับผู้ให้บริการระหว่างที่รอการประมูลมใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่างทีโอที และ กสทฯ เพื่อดูแลเรื่องแผนธุรกิจใหม่ที่จะมารองรับหลังสัมปทานหมดลง เช่น การใช้โครงข่ายร่วมกัน หรือ แนวทางการทำธุรกิจที่จะช่วยสร้างรายได้มากขึ้นโดยที่จะต้องไม่แข่งขันกันเอง โดยขณะนี้มี 2 โครงการที่ทั้งทีโอทีและ กสทฯ ต้องพิจารณาร่วมกัน คือ โครงการเอ็นจีเอ็นของทีโอทีและ เอฟทีทีเอกซ์ของ กสทฯ รวมมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน เพราะเป็นโครงการเกี่ยวกับการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งคู่ ซึ่งทั้งทีโอทีและกสทฯ ต้องเสนอแผนให้ไอซีทีพิจารณาใหม่







