posttoday
บลจ.กรุงไทยลั่นปีนี้โต20%

บลจ.กรุงไทยลั่นปีนี้โต20%

02 มีนาคม 2553

 

ขึ้นอันดับ3ของอุตสาหกรรม ได้กลุ่มเจริญหนุนกองอสังหา

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.กรุงไทยลั่นโต 20% ปีนี้ ดันขึ้นอันดับ 3 ของอุตสาหกรรม เฮ! ได้สินทรัพย์กลุ่มเจริญช่วยหนุน พร้อมรุกอินฟราสตรักเจอร์

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า ปี 2553 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโต 20% จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 2.33 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16% จากปี 2551 พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 3 ของอุตสาหกรรม โดยจะออกกองทุนที่หลากหลายเพื่อให้นักลงทุนได้มีทางเลือกลงทุน

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา เพื่อจะรับบริหารจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (กอง 2) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเรียกร้อง (กอง4) ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งมีจำนวน 15 กองทุน สินทรัพย์ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่ดีที่จะโอนย้ายมาให้บริษัทบริหารให้ ซึ่งจะทำให้ AUM ของบริษัทเพิ่มอีก

อย่างไรก็ตาม สำหรับกอง 2 และกอง 4 ในที่สุดจะต้องยุบเลิกกองทุนไป และล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์ผ่อนปรนให้กอง 2 และกอง 4 ยืดเวลาการเลิกกองทุนจากเดือน มี.ค. 2553 เป็นเดือน ธ.ค. 2553 แต่บริษัทคาดว่ากองทุนของกลุ่มนายเจริญคงจะทยอยปิดกองทุนลง โดยไม่ต้องรอเดือน ธ.ค. และมีแผนนำสินทรัพย์ในกองประเภทดังกล่าวมาตั้งเป็นกองอสังหาริมทรัพย์หรือกอง 1 จำนวน 3 กอง ได้แก่ สินทรัพย์ประเภทออฟฟิศ โรงแรม และศูนย์การค้ารีเทล

นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ยื่นขอจัดตั้งโครงการกับ ก.ล.ต.ไปแล้ว ซึ่งคาดว่าในเดือน มี.ค. น่าจะเปิดขายได้มีจำนวน 2 กองทุน โดยกองแรกจะซื้อสินทรัพย์ (ฟีโฮลด์) ในอาคารเนชั่น 2 อาคาร ซึ่งเป็นสำนักงานให้เช่าของกลุ่มนายเจริญเช่นกัน โดยคาดว่าผลตอบแทนประมาณ 45% ส่วนอีกกองคือตลาดไท ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตร เป็นกองทุนสิทธิการเช่า หรือลีสต์โฮลด์ โดยผลตอบแทนประมาณ 1112%

ดังนั้น ในส่วนของกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ของบริษัทจะครบอายุในปีนี้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หรือ 60% ของวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทที่ไปลงทุน บริษัทจึงมีแผนออกกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ทุกสัปดาห์ เพื่อรองรับเม็ดเงินดังกล่าวและปัจจุบันผลตอบแทนยังสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศในช่วงอายุเท่ากัน

นอกจากนี้ บริษัทจะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ ทั้งโรโอเวอร์และกองทุนใหม่ รวมทั้งเตรียมทำโปรโมชันกองทุนรวมตลาดเงินทั้งสองกองทุน ซึ่งปัจจุบันมีขนาดกองทุนรวมประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก รวมทั้งร่วมมือกับซิตี้แบงก์ออกกองทุนเพื่อไปลงทุนต่างประเทศเพิ่ม

นายสมชัย กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนตั้งกองทุนหุ้นในประเทศที่ตั้งเป้าผลตอบแทน (ทาร์เก็ตฟันด์) ออกมารองรับความต้องการลูกค้า หลังจากปีที่ผ่านมากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนโดยมียอดซื้อเข้ามาประมาณ 1,300 ล้านบาท

สำหรับกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ FIF นั้นเราก็คงยังมีต่อเนื่องเหมือนปี 2552 ที่ผ่านมาเช่นกัน โดยเราก็ยังเป็นพันธมิตรที่ดีกับธนาคารซิตี้เเบงก์ในการออกโปรดักซ์ประเภท ดังกล่าว ซึ่งทางบลจ.ก็ยังให้ความสำคัญกับนวตกรรม FIF รูปแบบใหม่ เช่นกองทุนอีทีเอฟ และสินค้าโภคภัณฑ์ กำลังพิจราณาอยู่ว่าจะรับประกันค่าเช่าประมาณกี่ปีด้วยเช่นกัน

สำหรับในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีที่ผ่านมามีสินทรัพย์ 6.4 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทมีแผนจะร่วมมือทำงานกับธนาคารกรุงไทย (KTB) มากขึ้น ส่วนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานหรืออินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ ต้องรอประกาศหลักเกณฑ์การจัดตั้งกองทุนจาก ก.ล.ต.ซึ่งทางเราก็ได้ติดต่อกับ บริษัทการทางพิเศษแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล