
ทวายฯเดินหน้าตามแผน
อิตาเลียนไทยฯ เดินหน้าโครงการทวายตามแผนทุกอย่าง ยันพม่าไม่ได้สกัดโรงไฟฟ้า
อิตาเลียนไทยฯ เดินหน้าโครงการทวายตามแผนทุกอย่าง ยันพม่าไม่ได้สกัดโรงไฟฟ้า
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวลอปเมนท์ (DDC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ในนิคมทวาย ประเทศพม่า ว่า มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และทุกอย่างก็เดินตามแผนที่บริษัทวางไว้
ขณะนี้งานทำอยู่ใน 3 ลักษณะ คือ1.ทำระบบขนส่งด้วยการสร้างถนนชั่วคราวจากไทยไปพม่า ความยาว 160 กิโลเมตรเสร็จแล้ว เพื่อขนส่งคนและอุปกรณ์ในการทำงาน และอนาคตก็จะพัฒนาเป็นถนนขนาด 14 เลน เพื่อเป็นพาสเซนเจอร์โรส 2.สร้างสะพานข้ามแม่น้ำทวายเสร็จแล้ว และ 3.ทำท่าเรือขนาดเล็ก และอนาคตก็จะทำให้มีท่าเรือขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อใช้ขนถ่ายสินค้า
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าก็ไม่ได้ชะงัก และทางการพม่าไม่ได้แจ้งให้เปลี่ยนพลังงาน เพียงแต่ก่อนหน้านี้บอกให้ใช้ถ่านหินเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น
“ภารกิจหลักๆ ของบริษัทมีการพัฒนาในเรื่องทางกายภาพ และเคลียร์ระบบโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม เพื่อเปิดรับนักลงทุนและนักธุรกิจ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ 3 ที่จะเข้ามาลงทุนในทวายหรือลงทุนในพม่า ส่วนการตัดสินใจจะเป็นอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักลงทุน”
ขณะนี้พม่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่เนื้อหอมมาก เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และอยู่ในภาวะโรแมนติก มูด สำหรับนักลงทุนทั่วโลกที่ให้ความสนใจ แต่เป็นประเทศเปิดใหม่ย่อมมีปัญหาอยู่บ้าง และนักลงทุนต้องเห็นความพร้อมของประเทศด้วย
ทางด้านบริษัทเองต้องบอกว่าที่ผ่านมามีนักลงทุนและธุรกิจขนาดใหญ่มากๆ เข้ามาพบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนิปปอนของญี่ปุ่น พอสโค ของเกาหลีใต้ ซึ่งประมาณกลางเดือนนี้ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร ITD จะเดินทางไปเจรจาอีกรอบกับพอสโคที่เกาหลีใต้ ซึ่งทวายจะเป็นนิคมที่ครบวงจรทางด้านธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำและเป็นซัพพลายเชนต่อเนื่องถึงกันทั้งหมด
นิคมอุตสาหกรรมทวายถือเป็นการลงทุนในการสร้างบ้านแปลงเมืองที่ใหญ่มากของพม่า ซึ่งถือว่าเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่มาก และถ้าหากมีการบริการที่เป็นแบบวันสต็อปเซอร์ในการขออนุญาตด้านต่างๆ รวมถึงหากพม่าหลุดออกจากการถูกคว่ำบาตรก็จะเป็นตัวเร่งและตัวผลักสำคัญที่ทำให้การพัฒนานิคมทวายและผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ดีมากขึ้น
นอกจากนี้ จะส่งผลดีต่อบริษัทด้วย เพราะจะสามารถหาผู้ร่วมทุนหรือสถาบันการเงินที่จะสนับสนุนเรื่องเงินทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม พม่ายังไม่หลุดออกจากรายชื่อประเทศที่ถูกคว่ำบาตร แต่ก็ไม่ได้ทำให้การลงทุนหรือการพัฒนาชะงักงัน เพราะการตัดสินใจจะมาลงทุนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักลงทุน เพราะหากกล้าเสี่ยงและเข้ามาลงทุนในยุคบุกเบิกก็ถือเป็นโอกาสทองของการลงทุน







