posttoday
อัดฉีด83ล.ผลิตก๊าซอัดแท่ง นำร่องใช้อุบลฯจังหวัดแรก

อัดฉีด83ล.ผลิตก๊าซอัดแท่ง นำร่องใช้อุบลฯจังหวัดแรก

02 มีนาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — สนพ.ทุ่มงบ 83 ล้าน ผุดโครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัดแท่ง ทดแทนเอ็นจีวีในพื้นที่ห่างไกลแนวท่อก๊าซฯ นำร่องทดลองใช้แห่งแรกที่อุบลราชธานี

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้จัดสรรงบประมาณ 83 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้บริษัท ปตท. จัดทำโครงการ “วิจัยและสาธิตการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์”

โครงการนี้ เพื่อศึกษาและพัฒนาการปรับปรุงคุณภาพและการผลิตก๊าซชีวภาพแบบอัด ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในรถยนต์ ที่มีลักษณะเดียวกับก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ได้ ในพื้นที่ห่างไกลจากแนวท่อก๊าซธรรมชาติ

ขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการออกแบบ และก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพแบบอัด และปั๊มก๊าซชีวภาพอัดแห่งแรก โดยเลือก จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดนำร่อง เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ห่างไกลแนวท่อเอ็นจีวี ทำให้มีต้นทุนราคาเอ็นจีวีสูงถึง 17.45 บาท/กก. เมื่อเทียบราคาเอ็นจีวีที่จำหน่ายปัจจุบันอยู่ที่ 8.50 บาท/กก. จึงไม่จูงใจต่อการลงทุนเท่าที่ควร และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายพลังงานทดแทนในพื้นที่ต่างจังหวัด

โครงการดังกล่าวจะติดตั้งระบบสาธิตการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการผลิตสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ โดยจะรับซื้อก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากระบบน้ำเสียโรงงานแป้งมันสำปะหลังในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มาทำการทดสอบ และเก็บข้อมูลการใช้ในรถยนต์จริงว่าได้ผลตอบรับเป็นไปด้วยดีหรือไม่

ตลอดจนวิเคราะห์ผลทางด้านเศรษฐศาสตร์ ความคุ้มค่าต่อการลงทุน ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพอื่นๆ ได้แก่ จ.กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชุมพร กระบี่ เป็นต้น คาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนเอ็นจีวีในพื้นที่ห่างไกลแนวท่อก๊าซได้เหลือ 14.58 บาท/กก.

“โครงการนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการริเริ่มนำก๊าซชีวภาพมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในรถยนต์ เพื่อประหยัด ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลง เพราะเป็นพลังงานที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสูง ทำให้สูญเสียเงินตราออกนอกประเทศจำนวนมาก โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณในการลงทุนรวมทั้งสิ้น 83 ล้านบาท” นายวีระพล กล่าว

ทั้งนี้ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้จัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนการวิจัย คาดว่าหากสามารถผลิตก๊าซชีวภาพแบบอัดได้สำเร็จจะสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนเอ็นจีวีได้ประมาณ 2.64 ล้านกก./ปี

สำหรับก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ สามารถทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลได้ 2.58 ล้านลิตร/ปี คาดว่าจะสร้างเสร็จภายในต้นปี 2554 ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อนโยบายการรณรงค์ให้เกิดการกระจายการใช้พลังงานสู่พลังงานทางเลือกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ยังมีปัญหาในเรื่องการลงทุน เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างไกล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท