
พลิปนโยบายรมว.พาณิชย์สั่งตรึงสินค้า
เปิดนโยบาย รมว.พาณิชย์ คนใหม่ ยุคสินค้าแพง บุญทรง เตริยาภิรมย์ กับภารกิจดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค
เปิดนโยบาย รมว.พาณิชย์ คนใหม่ ยุคสินค้าแพง บุญทรง เตริยาภิรมย์ กับภารกิจดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค
“กระทรวงพาณิชย์จะดูแลให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ในราคาเป็นธรรม ไม่กระทบรายได้ประจำของตัวเอง เช่นเดียวกับการดูแลผู้ผลิต ผู้ค้า ต้องได้กำไรตามความเหมาะสม โดยจะพยายามไม่เข้าไปควบคุม แต่ก็ไม่ให้ขึ้นราคา”
รัฐมนตรีบุญทรง ย้ำว่า หากเอกชนมีความจำเป็นจริงๆ ต้นทุนขยับขึ้นมาก ถ้าสินค้าไม่ได้ขึ้นราคาจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของธุรกิจ หรือหนักถึงขั้นเจ๊งก็ต้องนำข้อมูลมาพิสูจน์กัน
แต่ ณ เวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ไม่มีนโยบายให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้าทุกประเภท แม้สินค้ารายการใดต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ขอให้ตรึงราคาไว้ก่อน
โดยเฉพาะข้ออ้างอันเนื่องมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตขยับตาม
ประเด็นนี้เป็นแค่เพียงความตื่นตระหนก เพราะนานาประเทศที่ซื้อน้ำมันตื่นกลัวประเทศอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้การขนส่งน้ำมันตกอยู่ในภาวะวิกฤต
อย่างไรก็ดี มองว่าเหตุการณ์ที่ว่าคงไม่ไปถึงขั้นนั้น และกระแสความตื่นกลัวก็คงจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ ทำให้ราคาน้ำมันตอนนี้ค่อนข้างผันผวนขึ้นลงได้ตลอด ไม่ได้ขยับขึ้นแค่ราคาเพียงทางเดียว ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างขอปรับขึ้นราคาสินค้าได้
กระนั้นก็ได้กำชับกรมการค้าภายใน ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของประชาชน เพื่อติดตามดูแลความเคลื่อนไหวด้านราคาอย่างใกล้ชิด ถ้าพบสินค้ารายการใดเคลื่อนไหวผิดปกติมากให้เรียกหารือเจรจาเป็นรายกลุ่ม
รูปแบบการเจรจาให้ยึดแนวทางเน้นเข้าไปช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตลงมา ไม่ให้แตะราคาขายปลีกที่จะส่งผลกระเทือนไปถึงผู้บริโภค โดยทำควบคู่กับการประกาศใช้ราคาแนะนำ
แม้ว่าการใช้ราคาแนะนำจะถูกมองว่าไม่ใช่มาตรการบังคับ แถมไม่มีบทลงโทษกำกับหลัง ผลที่ออกมาก็น่าจะไม่มีผู้ประกอบการรายใดยอมปฏิบัติตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการกดดันทางอ้อมให้ผู้บริโภคได้รู้ราคาที่แท้จริง จะได้ดูแลตัวเองได้อีกทาง
ยกตัวอย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้คือ การแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ ได้สั่งให้กรมการค้าภายในกำหนดราคาแนะนำออกไปแล้ว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกตรวจสอบราคาของแต่ละร้าน เปรียบเทียบหาแหล่งซื้อที่ยุติธรรมแทน
ควบคู่ไปกับการหาช่องทางลดต้นทุนอาหารสัตว์ ที่เป็นต้นทุนหลักในการเลี้ยงไก่ไข่ให้ปรับลดลงมา ก็ได้รับการสนองตอบจากฟาร์มเลี้ยงเป็นอย่างดี โดยจะขยายแนวทางนี้ไปสู่สินค้าอื่นๆ ที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกันต่อไป
อีกมาตรการที่เตรียมเดินหน้าหลังจากนี้ เพราะปีนี้ถูกร้องเรียนมากเรื่องราคาอาหารสำเร็จรูปราคาแพง เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน สังคมเมืองนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูป แทนการทำอาหารกินเองที่บ้านนั่นก็คือ การเปิดร้านอาหารธงฟ้ากระจายทั่วประเทศ 1,0002,000 ร้าน ยึดทำเลที่มีปัญหาถูกร้องเรียนเข้ามามากๆ โดยตั้งราคาเมนูอาหารตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกันก็จัดให้มีคาราวานขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก หรือคาราวานสินค้าธงฟ้าบ้างเป็นครั้งคราวเหมือนที่ทำไปแล้วหลังน้ำลด เพื่อลดกระแสการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาของผู้ผลิต ผู้ค้า เพราะขณะนี้ผลจากนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาท และค่าจ้าง 300 บาท ที่กำลังจะตามมาในภายหลัง ยอมรับว่ามีผลทางจิตวิทยาเกิดขึ้นแล้ว ราคาสินค้าในหลายพื้นที่ก็ขึ้นราคากันเอง
ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงต้องใช้โครงการธงฟ้าเข้ามาช่วยเบรกกระแส เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แม้จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณบ้าง แต่ก็มีงบประมาณประจำปีเตรียมพร้อมไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีบุญทรง ยืนยันว่า โครงการธงฟ้าไม่ใช่โครงการถาวร แค่นำมาเป็นเครื่องมือเข้าแทรกแซงตลาดตามความจำเป็น เพื่อเป้าหมายหลักคือ ช่วยเหลือผู้บริโภค
หากทำโครงการธงฟ้าถาวรจะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ธุรกิจจะได้รับความเสียหายส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งภาพรวมของรัฐบาลชุดปัจจุบันสนับสนุนกรอบการค้าเสรี ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
“เราแทรกแซงผ่านโครงการธงฟ้าตามความจำเป็น ไม่ใช่อะไรก็ใช้ธงฟ้า จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมไม่ทำโครงการธงฟ้าถาวรไปเลย เพราะเห็นทำๆ เลิกๆ ไม่ว่าจะรัฐมนตรีคนไหนเข้ามาก็ใช้ธงฟ้า ก็ทำให้ตลอดไปเลย ซึ่งไปทำอย่างนั้นไม่ได้ ธงฟ้าเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งในการดูแลราคาสินค้าในตลาด”
ขณะที่การเตรียมความพร้อมรับมือสินค้าขาดแคลน ราคาแพง กรณีเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในปีนี้อีก รัฐมนตรีบุญทรง มั่นใจว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการปัญหาน้ำได้
โดยในช่วงปลายเดือนราววันที่ 23-27 ก.พ. นายกรัฐมนตรีจะเดินสายลงพื้นที่ตรวจแผนปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ฉะนั้น หากเกิดน้ำท่วมอีกก็เชื่อว่าสถานการณ์จะเบาลงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลเตรียมตัวตั้งรับตั้งแต่ต้นปี จึงจะไม่เกิดปัญหาสินค้าแพงหรือขาดแคลนแน่ เพราะโรงงานที่จมน้ำเมื่อวิกฤตน้ำท่วมปีที่แล้ว เริ่มฟื้นตัวกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ค่อนข้างมาก สินค้าจึงทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นการพลิกนโยบายกำกับดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์อีกรอบ เพราะก่อนหน้านี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งควบเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ขณะนั้น ประกาศชัดเจนจะเลิกตรึงราคาสินค้า ปล่อยให้ผู้ประกอบการแจ้งขอปรับราคาสินค้าเข้ามาตามต้นทุนที่แพงขึ้น
เมื่อนโยบายปรับเปลี่ยนสู่การถูกควบคุมอีกครั้ง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าผู้ประกอบการจะพลิกกลยุทธ์ตั้งรับ หรือโต้คืนยังไงบ้าง แต่ก็วอนขอทำอะไรเห็นใจผู้บริโภคบ้าง







