
เซฟเมาท์
โดนหลายเด้ง
โดนหลายเด้ง
โดย..สปาย008
“น้ำท่วมพี่ว่าดีกว่าฝนแล้ง” เพลงฮิตติดปากคนไทยมาแสนนาน เริ่มจะเสื่อมมนต์ขลัง เพราะมหกรรมน้ำท่วมแห่งชาติเมื่อปลายปีที่แล้ว น้ำเยอะท่วมนาน จนคนไทยเข็ดขยาดไปตามๆ กัน
เมื่อแผนรับมือน้ำท่วมคือไม่มีแผน ก็ทำให้แบงก์ต่างๆ พากันวางแผนย้ายตู้เอทีเอ็มหนีน้ำ ก่อนที่น้ำจะท่วมอีกครั้งหนึ่ง
ที่ต้องวางแผนกันยกใหญ่นี้ก็เพราะเมื่อปีที่แล้วน้ำมาแบบไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวน้ำก็ล้อมสาขาซะแล้ว
บางสาขาที่ตั้งตัวได้ก็ขนของขึ้นที่สูงไปหมด แต่น้องน้ำก็มาเยอะกว่าที่คิด บางสาขาท่วมขึ้นชั้น 2 เลย จนบางแบงก์ป่านนี้ยังกู้สาขาที่น้ำท่วมไม่เสร็จ
บางแห่งน้ำไม่ท่วม แต่ตู้เอทีเอ็มก็โดนมิจฉาชีพงัดเอาเงินออกไปจากตู้ โดยจับมือใครดมไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อรู้ว่าแผนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ก็กันไว้ดีกว่าแก้น่าจะดีกว่า
เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย บอกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมปีที่แล้วแบงก์เสียหายไปถึง 300 สาขา ปีนี้ก็เลยต้องสั่งการให้สำรวจความเสี่ยงของสาขาธนาคารทั้ง 1,018 สาขา และตู้เอทีเอ็ม 7,890 ตู้ เพื่อทำแผนโยกย้ายสาขาและตู้เอทีเอ็มที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังทำเลใหม่ที่ปลอดภัยขึ้น
ทางด้านธนาคารกสิกรไทย ซูเปอร์มด ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า มีสาขาของธนาคารประมาณ 10 แห่งที่อยู่ในพื้นที่ต่ำและเสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม โดยธนาคารได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด
ส่วน พรรณพร คงยิ่งยง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็กำลังเล็งหาพื้นที่ใหม่ที่จะโยกย้ายสาขาและตู้เอทีเอ็มไปยังทำเลใหม่เช่นกัน
พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้สาขาที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเป็นประจำเตรียมแผนความพร้อมรับมือหากเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นอีกในปีนี้ ซึ่งธนาคารได้มีการกำหนดขั้นตอนในการปฏิบัติเอาไว้ให้แล้วในกรณีเกิดเหตุ เช่น การเก็บรักษาเงินสด การเก็บรักษาเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ
ค่าใช้จ่ายเบิกบานนี้ยังไม่รู้จะเสียเท่าไหร่ นี่ยังไม่นับเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายเพิ่มให้กับแบงก์ชาติ ตาม พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่ยังถกเถียงกันไม่จบ
เรียกว่าแบงก์โดนหลายเด้ง จู่ๆ ก็เสียเงินเพิ่มซะงั้น
ว่าแล้วก็ออเซาะ ท่าน กิตติรัตน์ ณ ระนอง เห็นใจกันบ้างไหมเนี่ย







