posttoday
พีแอนด์จีมุ่งแข่งนวัตกรรมเพิ่มยอด ปักธงรุกคอนดิชันเนอร์โตแชมพูนิ่ง

พีแอนด์จีมุ่งแข่งนวัตกรรมเพิ่มยอด ปักธงรุกคอนดิชันเนอร์โตแชมพูนิ่ง

03 กุมภาพันธ์ 2555

พีแอนด์จีส่องเทรนด์แฮร์แคร์ แข่งนวัตกรรมรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว เร่งบุกคอนดิชันเนอร์เพิ่มมูลค่า

พีแอนด์จีส่องเทรนด์แฮร์แคร์ แข่งนวัตกรรมรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว เร่งบุกคอนดิชันเนอร์เพิ่มมูลค่า

นายวรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ประจำประเทศไทย บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) หรือพีแอนด์จี เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผม หรือแฮร์แคร์ ในปีนี้จะแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับแนวโน้มที่เห็นได้ชัดจากปีที่ผ่านมา คือ ผู้บริโภคเริ่มตัดสินใจซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากคุณภาพมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดแฮร์แคร์ในระดับพรีเมียมเติบโตมากกว่าตลาดแมส โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์ครีมนวดผม หรือคอนดิชันเนอร์ และผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเส้นผม หรือทรีตเมนต์ มีการเติบโตมากที่สุด

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ในปีนี้พีแอนด์จีจะมุ่งทำตลาดกลุ่มคอนดิชันเนอร์และทรีตเมนต์อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าในแง่รายได้และสร้างการเติบโตของตลาด โดยล่าสุดได้ปรับโฉมแพนทีน โปร-วี สูตรใหม่ ภายใต้แคมเปญ ลอง ลาสติงคอมมิตเมนต์ เพื่อผมสวยสุขภาพดียาวนานยิ่งขึ้น พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังได้ 3 สาวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์มาเป็นตัวแทนผู้หญิงที่กังวลกับผมเสีย 3 กลุ่ม ได้แก่ นัท-มีเรีย เบนเนเดตตี้ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี และรถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์

ขณะเดียวกันยังชูกลยุทธ์ไซซิง หรือการวางตลาดสินค้าในขนาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่องทางจำหน่าย เช่น ชนิดซองจะมุ่งเจาะไปยังตลาดต่างจังหวัด ร้านโชห่วย ชนิดขวดขนาดกลางเข้าตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต และขนาดใหญ่เจาะไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น

ในปีที่ผ่านมาตลาดแฮร์แคร์มีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 3-4% แต่เมื่อแบ่งเป็นตลาดแชมพูมูลค่า 9,600 ล้านบาท พบว่าตลาดเติบโตเพียง 100 กว่าล้านบาท ขณะที่คอนดิชันเนอร์และทรีตเมนต์เติบโตกว่า 300 ล้านบาท

“เห็นได้ชัดว่าตลาดทรีตเมนต์เติบโต ขณะที่ตลาดแชมพูเริ่มอิ่มตัว และเมื่อดูส่วนแบ่งตลาดของบริษัท ก็พบว่าแพนทีนมีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 15.2% ในปี 2553 เป็น 15.8% ในปี 2554 หรือแม้แต่แบรนด์พรีเมียมของคู่แข่งอย่างโดฟ ก็มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจาก 10.7% เป็น 10.9%” นายวรศิษย์ กล่าว 
 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ