
ทีดีอาร์ไอติงเวลาคืนคลื่นวิทยุ-ทีวีนานเกิน
ทีดีอาร์ไอผนึกนักวิชาการติงระยะเวลาคืนคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์นานเกิน ขอลดเหลือ 3-5 ปี
ทีดีอาร์ไอผนึกนักวิชาการติงระยะเวลาคืนคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์นานเกิน ขอลดเหลือ 3-5 ปี
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวระหว่างการเสวนา “มุมมองผู้บริโภคและผลเมืองต่อแผนแม่บท กสทช.” ว่า ระยะเวลาในแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ที่กำหนดให้ หน่วยงานรัฐต้องคืนคลื่นกลับมาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. สำหรับ วิทยุกระจายเสียง 5 ปี และ โทรทัศน์ 10 ปีนั้น นานเกินไป โดยระยะเวลาที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 3 ปี และ 5 ปี
ทั้งนี้ เพราะ ระยะเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. กสทช. ที่อนุญาตให้ภาคประชาชนใช้คลื่นความถี่ในสัดส่วน 20% ภายใน 4 ปีหลังแผนมีผลบังคับใช้ ซึ่งสั้นกว่าระยะเวลาการเรียกคืนคลื่นความถี่ และเท่ากับเป็นการเปิดช่องทางให้หน่วยงานรัฐที่มีคลื่นความถี่ในครอบครองนำไปให้ใช้ประโยชน์ในทางอื่นก็ได้
ในส่วนของกิจการโทรคมนาคมที่ 15 ปีนั้น เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะโทรคมนาคม เป็นส่วนที่ต้องลงทุนค่อนข้างสูงหากเทียบกับวิทยุที่ใช้เม็ดเงินลงทุนต่ำมาก ดังนั้น หาก กสทช.จะปรับลดก็ไม่ควรต่ำกว่า 10 ปี แต่ควรต้องปรับ รายละเอียดในแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ในประเด็นของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ ที่เรียกเก็บ 4% ต่อปี ซึ่งสูงเกินไป เพราะอัตราที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 2.5% เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเปิดกว้างให้รายใหม่เข้ามาทำตลาด ที่ไม่ควรถูกจำกัดด้วยเรื่องของเทคโนโลยี เช่น ห้ามไวแมกซ์แข่งขันกับ 3 จี โดยให้ไวแมกซ์เน้นให้บริการในต่างจังหวัด ซึ่งทำให้รายใหม่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาแข่งขันในตลาด เพราะการที่ กสทช.บอกให้ไลเซ่นส์รายใหม่ แต่รายใหม่มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1-2% นั้น ไม่ถือว่าเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่แต่อย่างใด
นายสมเกียรติ กล่าวว่า กสทช.ต้องเตรียมพร้อมการแข่งขันที่ตจะเกิดขึ้นในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี โดยเจรจากับทุกประเทศเออีซีกำหนดค่าบริการโรมมิ่งให้อยู่นัตรที่ไม่สูงเกินไป รวมถึงกำหนดอัตราค่าบริการในประเทศไทยเองให้ถูกเป็นอันดับที่ 2 เพื่อดึงให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น
นางอุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่า ระยะเวลาในการเรียกคืนคลื่นของ กสทช.ต้องชัดเจนกว่านี้ เช่น เรียกคืนในปี พ.ศ.ใด และไม่ควรปล่อยระยะเวลาให้นานเกินไปจนเท่าอายุสัมปทานของเอกชนหมด เพราะเท่ากับว่าไม่ได้เปิดให้ภาคประชาชนได้มีโอกาสใช้คลื่นความถี่ตามที่กฎหมายกำหนด
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หลังรับฟังความเห็นในส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ จะนำเสนอให้บอร์ด กสทช.ชุดใหญ่พิจารณาปรับระยะเวลา ให้สั้นลงตามที่เสนอ อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการทั้งหมดและความเห็นในวันที่ 10 ก.พ. ซึ่งจะมีการประชาพิจารณ์แผนแม่บททั้ง 3 ฉบับอีกครั้งพร้อมกันทั่วประเทศ







