
ศก.พ้นโคม่าโต5%
คลังโล่งอก‘บริโภค-ลงทุน’พุ่งไตรมาส3-4ปีนี้ขยายตัว5-7%
คลังโล่งอก‘บริโภค-ลงทุน’พุ่งไตรมาส3-4ปีนี้ขยายตัว5-7%
คลังโล่งอกตัวเลขเศรษฐกิจไทยพ้นโคม่า จะกลับมาขยายตัวได้ในปีนี้ได้ 5%
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นและเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจไทยได้พ้นจุดต่ำสุดที่เกิดจากผลกระทบน้ำท่วมใหญ่ โดยเศรษฐกิจจุดต่ำสุดอยู่ที่เดือน พ.ย. 2554 เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค.ปรับตัวดีขึ้นทุกตัว ทั้งการบริโภคภาคเอกชน การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดการขายรถยนต์ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่ลดลง
นายสมชัย กล่าวว่า คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 4 ของปี 2554 จะขยายตัวติดลบ5% และทั้งปีขยายตัวได้ 1.1% สำหรับการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้น่าจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% ตามที่ตั้งไว้ โดยในไตรมาสแรกคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2% และเพิ่มเป็น 5% ในไตรมาส 3 และ 4 โดยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 7%
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ จากปัญหาของยุโรป การเมืองต่างประเทศที่มีการเปลี่ยนผู้นำหลายประเทศ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ ปัญหาประเทศอิหร่านที่จะทำให้ราคาน้ำมันสูง และปัญหาภัยธรรมชาติที่หน่วยงานของสหรัฐออกมายืนยันว่า ปรากฏการณ์ลานินญาจะทำให้มีฝนตกมากในภูมิภาคเอเชีย
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงภายในประเทศจากปัญหาการเมืองที่ยังมีความขัดแย้ง หากเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดี การเมืองจะต้องนิ่ง
นายสมชัย ชี้แจงว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ดีขึ้นเหล่านี้สะท้อนออกมาจากบริโภคภาคเอกชน ทำให้ยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 9.8% ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวติดลบ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของวิกฤตอุทกภัยส่งผลให้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัวถึง 6.6% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 10.6% สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขยายตัว 16.7% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวแค่ 3.9% ทำให้ทั้งไตรมาสขยายตัวได้ 8.8% ขณะที่ปริมาณนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 13% การผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวดีขึ้นจากติดลบ 47.2% เหลือ ติดลบแค่ 25.8%







