
‘ซิตี้กรุ๊ป’เชียร์ซื้อหุ้นไทย
แจกเงินปันผลสูงยูบีเอสลุยซื้อหนักโกลว์กำไรโต43%
แจกเงินปันผลสูงยูบีเอสลุยซื้อหนักโกลว์กำไรโต43%
ซิตี้กรุ๊ปเชียร์ซื้อหุ้นไทยชูผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ย จับตาพอร์ตฝรั่งดันดัชนีวิ่งแตะ 1,081 จุด กสิกรจ่อออกหุ้นกู้ 2.2 หมื่นล้าน
ซิตี้กรุ๊ปออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดหุ้นเอเชียว่า 6 ตลาดหุ้นที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ไทย และออสเตรเลีย เพราะอัตราผลตอบแทนปันผลสูงและเหนือกว่าผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้ในประเทศเทียบอัตราเงินสด โดยให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าตลาด
ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2555 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาไม่ดีอย่างที่ตลาดคาดไว้ และนักลงทุนยังต้องติดตามการเจรจาปรับลดหนี้ของยุโรปทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,074.71 จุด ลดลง 1.58 จุด หรือ 0.15% มูลค่าการซื้อขาย 28,674.57 ล้านบาท สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 310.29 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 2 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 159 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 153 ล้านบาท
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า เงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย หลังจากเข้ามาซื้อวันเดียวในปริมาณที่มากถึง 4,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหากดูจากสถิติย้อนหลังมีโอกาสที่จะซื้อต่อเนื่องถึงวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาและมีความเป็นไปได้ว่าวันนี้จะซื้ออีก โดยคาดว่าจะเข้าซื้อหุ้นโภคภัณฑ์ น้ำมันปิโตรเคมีและโรงกลั่น และมีโอกาสดันดัชนีวิ่งเข้าสู่ระดับ 1,081 จุด
นอกจากนี้ ยังแนะซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลดี เช่น ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 7%
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐประกาศใช้ดอกเบี้ยต่ำและจะออกมาตรการ QE3 ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงและเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยชัดเจนมากขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 23-30 ม.ค.หรือ 6 วันทำการ ต่างชาติซื้อหุ้นไทยแล้ว 6,054 ล้านบาท โดย UBS ซื้อสุทธิมากสุดถึง 2,268.23 ล้านบาท ถัดมาเป็น CLSA ซื้อสุทธิ 1,293.23 ล้านบาท เจ.พี.มอร์แกนซื้อ 957.65 ล้านบาท และ CS ซื้อสุทธิ 932.81 ล้านบาท
บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) ประกาศผลดำเนินงานงวดปี 2554 มีกำไรสุทธิ 4,962.28 ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น 3.39 บาท เพิ่มขึ้น 43.45% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,459 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 29.24%
ด้านบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National LongTerm Rating) ที่ระดับ “AA-(tha)” แก่หุ้นกู้ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จำนวนไม่เกิน 2.2 หมื่นล้านบาท มีอายุ 10 ปี ซึ่งธนาคารจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการบริหารสภาพคล่อง
ทั้งนี้ KBANK จะเปิดขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 10-20 ก.พ. 2555 ให้กับนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน โดยให้ผลตอบแทนในอัตรา 4.50%







