
กองทุนLTFอนุพันธ์นิ่ง
นักลงทุนไม่ตื่นขายซื้อเพิ่มฟิลลิปชู‘KSDLTF’หลบภัย
นักลงทุนไม่ตื่นขายซื้อเพิ่มฟิลลิปชู‘KSDLTF’หลบภัย
บลจ.กสิกรไทย เผยกองทุน LTF อนุพันธ์นิ่ง ไม่พบนักลงทุนแห่ซื้อก่อน ก.ล.ต.ห้ามขายเพิ่ม “ฟิลลิป” แนะโอกาสสุดท้ายคนกลัวเสี่ยงรีบซื้อ KSDLTF
น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศให้กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ใช้อนุพันธ์เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้น ห้ามขายหน่วยลงทุนเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2555 เป็นต้นไป ยังไม่พบว่ากองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟหุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) ที่บริษัทบริหารจัดการอยู่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของมูลค่าสินทรัพย์มากนัก
“ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันขนาดของกองทุน KSDLTF ลดลงไม่ถึง 150 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งผู้ถือหน่วยลงทุนที่ลงทุนครบ 5 ปี ปฏิทินมาไถ่ถอนหน่วยคืนและผู้ถือหน่วยลงทุนที่โยกออกไปลงทุนในกองทุน LTF ประเภทอื่น หลังเห็นสัญญาณหุ้นขึ้นหรือมองว่าเงินต่างชาติจะไหลเข้ามาจากปัญหายุโรป แต่ไม่เห็นเม็ดเงินที่เข้ามาซื้อมากๆ ก่อน ก.ล.ต.ห้ามขายอีก” น.ส.ยุพาวดี กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ประกาศจะออกมา แต่จากพฤติกรรมของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน LTF จะไม่รีบซื้อกองทุนในช่วงต้นปี แต่จะซื้อปลายปีเพื่อหวังสิทธิลดหย่อนภาษี โดยไม่นำเงินมาลงทุนก่อน ซึ่งบริษัทได้ให้ความรู้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องให้เห็นประโยชน์ของการทยอยลงทุนดีกว่ารอซื้อครั้งเดียวในช่วงปลายปี เช่นเดียวกับกองทุน KSDLTF ที่หวังให้นักลงทุนได้ใช้ประโยชน์ในการพักเงินในยามที่หุ้นไม่ดี และโยกออกไปลงทุนในกองทุน LTF อื่นๆ เมื่อหุ้นฟื้นตัว
น.ส.ยุพาวดี กล่าวว่า ในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนจะห้ามขายหรือสับเปลี่ยนเข้ามาในกองทุนดังกล่าวแนะนำให้นักลงทุนที่อยากได้สิทธิภาษี แต่ยังกลัวความเสี่ยงมากให้เข้ามาลงทุนกองทุน KSDLTF ก่อน เพราะนักลงทุนสามารถขายหน่วยออกได้หากมองภาพตลาดหุ้นฟื้นชัดเจน โดยกองทุนเปิดเค 70 : 30 หุ้นระยะยาวปันผลเป็นกองทุน LTF ที่แนะนำต่อจากกองทุน KSDLTF ที่จะห้ามขาย
สำหรับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ของกองทุน KSDLTF ณ วันที่ 26 ม.ค. 2555 อยู่ที่ 4,792 ล้านบาท ลดลง 122 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4,914 ล้านบาท
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวสมาร์ต (SCBLTS) ของ บลจ.ไทย เอ็นเอวี อยู่ที่ 4,831 ล้านบาท ลดลง 327 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,158 ล้านบาท ส่วนกองทุนเปิดวรรณเอเอ็มสมาร์ตหุ้นระยะยาว (1 SMARTLTF) ของ บลจ.วรรณ เอ็นเอวี อยู่ที่ 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 653 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ ก.ล.ต.จะห้ามขายหน่วยลงทุนทั้ง 3 กองทุนเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2555 เป็นต้นไป แต่ผู้ที่ลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนทั้ง 3 กองทุนอยู่แล้วสามารถถือต่อไป เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ปกติหรือจะสับเปลี่ยนขายออกได้
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กองทุนรวม บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนที่ต้องการสับเปลี่ยนกองทุน LTF เพื่อเลี่ยงความผันผวน แนะนำให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุน KSDLTF ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะสามารถสับเปลี่ยนเข้ากองทุน KSDLTF ก่อนที่จะถูกห้ามซื้อและสับเปลี่ยนเข้า







