posttoday
ทองพุ่งขึ้นรับข่าว QE

ทองพุ่งขึ้นรับข่าว QE

30 มกราคม 2555

ทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในคืนวันพุธ หลังจากที่ประธานเฟด เบน เบอร์แนนคี

ทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในคืนวันพุธ หลังจากที่ประธานเฟด เบน เบอร์แนนคี

ออกมาแถลงการณ์ในช่วงเที่ยงคืนครึ่ง หรือประมาณ 01.00 น.ของเช้าวันพฤหัสบดี โดยมีประเด็นที่สำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ 1) ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังเจริญเติบโตได้ช้า และยังมีคนว่างงานอยู่ในอัตราที่สูง จึงคาดว่าจะใช้นโยบายคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปจนถึงปี 2557

และ 2) ถ้าภาวะเศรษฐกิจของอเมริกายังมีความไม่แน่นอน และเจริญเติบโตช้าร่วมกับภาวะเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ คิดว่าอาจจะต้องมีมาตรการ QE มาเพื่อซื้อพันธบัตรและอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาสู่ตลาดอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคำกล่าวดังกล่าวทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทันทีถึง 60 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และราคาทองคำของไทยพุ่งสูงขึ้นทันที 500 บาท/บาททองคำ เป็นการพุ่งทะลุระดับ 2.5 หมื่นบาท เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือนอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นราคาทองคำก็ยังไต่ตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐมาโดยตลอด รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐก็ออกมาไม่ค่อยดี เช่น คนว่างงานก็ยังเยอะ ภาคการผลิตและอสังหาริมทรัพย์ก็ยังอ่อนแอ ทำให้ยังเกิดแรงซื้ออย่างต่อเนื่องในทองคำ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทของไทยปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 50 สตางค์ จากระดับประมาณ 31.70 บาท/เหรียญสหรัฐ จนหลุดลงมาอยู่ที่ระดับ 31.08 บาท/เหรียญสหรัฐในคืนวันศุกร์ และมีแนวโน้มว่าเงินบาทยังมีโอกาสที่จะหลุดระดับ 31.00 บาท/เหรียญสหรัฐลงมาด้วยซ้ำ

ที่พูดถึงค่าเงินบาทก็เพื่อให้เห็นว่าเป็นตัวกดดันทำให้การขึ้นของทองคำงวดนี้ขึ้นได้ไม่มากนักหรือช้ากว่าปกติ มิฉะนั้นแล้วราคาทองคำน่าจะปรับตัวขึ้นถึงบาทละ 900 บาท/บาททองคำด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี ในคืนวันศุกร์ดูเหมือนจะมีข่าวดี คือการที่กรีซน่าจะสามารถตกลงเจรจาลดตัดทอนหนี้ และขายพันธบัตรใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่สามารถตกลงกันได้ในระดับกลางที่ 3.75% เลยเกิดการซื้อในทองคำอย่างต่อเนื่องจนสามารถขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,730 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ได้อีกครั้งหนึ่ง

คำถามว่า ทองคำจะขึ้นต่อได้จริงหรือไม่อย่างไร และมองเป้าหมายการขึ้นครั้งนี้เป็นเท่าไร MTS Gold วิเคราะห์ว่า การขึ้นงวดนี้ของทองคำน่าจะขึ้นได้ในลักษณะระยะยาว หากวิเคราะห์กันในแง่ปัจจัยเชิงพื้นฐานก่อนจะเห็นได้ว่าปัจจัยลบในเชิงพื้นฐานต่อทองคำดูจะหมดไป เช่น 1) ความกังวลในปัญหายูโรโซน อันจะเห็นได้ว่าในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศในกลุ่มกรีซ สเปน อิตาลีและโปรตุเกส สามารถขายพันธบัตรได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

2) อีซีบีและไอเอ็มเอฟ พยายามกำกับควบคุมดูแลกลุ่มประเทศ PIIGS อยู่ห่างๆ ตลอดเวลา พร้อมกับเกื้อหนุนอัดฉีดสภาพคล่องการเงินในการซื้อพันธบัตรตามสัญญา 3) กรีซเข้าสู่การเจรจาหนี้อย่างจริงจังกับเจ้าหนี้ภาคเอกชน ซึ่งดูจะจบได้ภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ เราจะเห็นได้ว่าทางสหรัฐอเมริกาที่ออกมายอมรับด้วยประธานเฟดเองว่า เศรษฐกิจในปีที่ผ่านมายังไม่ดีพอที่จะฟื้นตัว และยังจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการ QE 3 ประเด็นตรงนี้ค่อนข้างสำคัญมากต่อการลงทุนในทองคำในฐานะการลงทุนทางเลือกที่กลับมาเป็น Safe Haven ที่โดดเด่นอีกครั้ง นักลงทุนจึงขายทิ้งดอลลาร์สหรัฐและเริ่มกลับมาถือครองทองคำ คราวนี้เรามาดูว่าปัจจัยทางเทคนิคเกื้อหนุนอย่างไรต่อการขึ้นของทองคำในปัจจุบันนี้

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำก้าวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,735 เหรียญสหรัฐขึ้นมาได้ ทำให้เกิดสภาวะ Golden Cross ในเชิงเทคนิคที่เป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นปีละ 12 หนเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นั่นหมายความว่าทองคำกำลังเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น หรือแนวโน้มกระทิงอย่างสมบูรณ์ ทั้ง Oscillator ทุกๆ ตัวก็เป็นสัญญาณบวก หลังจากที่มีการปรับฐานย่ำมาและถูกกดดันมาโดยตลอดกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา จึงพอจะสรุปได้ว่า ทางเทคนิคเริ่มกลับมาเป็นสัญญาณบวกอย่างถาวร เพราะฉะนั้นน่าจะสามารถขึ้นต่อเนื่องได้ในระยะยาวอย่างน้อยสัก 2 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอย้ำเตือนว่า ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการขึ้นโดยไม่มีการปรับตก MTS Gold คาดว่าจะเห็นความผันผวนของราคาทองคำอย่างมากทุกๆ วันต่อไป

คำแนะนำในการลงทุนของ MTS Gold

นักลงทุน Gold Futures ต้องเรียกว่าเป็นโอกาสทองอันงามที่เริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่งของนักลงทุนระยะสั้นที่ชอบการเก็งกำไรแรงๆ เพราะสัญญาณทางเทคนิคตอนนี้เอื้ออย่างมาก และเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดในช่วงสั้นๆ แบบนี้ที่ทองคำน่าจะโดดเด่นกว่าหุ้นด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Silver Futures ขึ้นอย่างมหาศาล แต่มีข้อเสียก็คือ ไม่มีสภาพคล่องในตลาดเท่าไรนัก การลงทุนใน Silver Futures บ้านเราจึงทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากวันหนึ่งซื้อกันอยู่แค่ 10 กว่าสัญญาเท่านั้น

อย่างไรก็ดี การซื้อขาย Gold Futures ที่ดูจะค่อนข้างเงียบเหงาซบเซามากว่า 4 เดือน เริ่มมาได้น้ำได้ปุ๋ยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มปีมังกรทองก็ว่าได้ ปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.31.7 หมื่นสัญญาเท่านั้น ที่บอกว่าเท่านั้นก็เพราะว่าเป็นสัญญาขนาดเล็กเสียประมาณ 60% และสัญญาขนาดใหญ่เพียงประมาณ 30% เท่านั้น บ่งบอกถึงพฤติกรรมการลงทุนใน Gold Futures เริ่มเปลี่ยนไปสู่สภาพคล่องอย่างสมบูรณ์ คือใช้ตัวเล็กเข้าไปแทน

อยากจะประชาสัมพันธ์ถึงนักลงทุน Gold Futures และ Silver Futures ว่า ตลาดจะปรับลด Margin ลงมา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป โดยการเปลี่ยนแปลงอัตรา Margin ของสัญญา 50 บาทของ Gold Futures สัญญาแรก มีอัตราใหม่อยู่ที่ 1.15 แสนบาท และสัญญาต่อๆ ไปอยู่ที่ 9.5 หมื่นบาท ส่วนสัญญาแบบ 10 บาท สัญญาแรกอยู่ที่ 2.3 หมื่นบาท และสัญญาต่อๆ ไปอยู่ที่ 1.9 หมื่นบาท และสำหรับ Silver Futures สัญญาแรกอยู่ที่ 2 หมื่นบาท และสัญญาต่อๆ ไปอยู่ที่ 16,500 บาท

สุดท้ายคำแนะนำก็คือการลงทุนในทิศทางขาขึ้น ให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น ให้จับจังหวะการลงทุนเป็นการเข้าออกอย่างรวดเร็วในระยะสั้น ทำกำไรในรอบ 23 วัน และเพิ่มพอร์ตการลงทุนตามทิศทางและการขึ้นของตลาด MTS Gold ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนในทองคำในช่วงขาขึ้น และขอให้รีบกอบโกย แต่อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ขอให้ติดตามบทวิเคราะห์และใช้การบริหารเงินลงทุนให้ดีอยู่ตลอดเวลา อย่าประมาท

MTS Gold Futures มุ่งเน้นการลงทุนอย่างมีวินัย และลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยใช้แนวคิดของการบริหารเงินและการมีวินัยในการลงทุนอยู่ตลอดเวลา สนใจลงทุนในทองคำแท่งหรือ Gold Futures ท่านสามารถติดต่อ Call Center ได้ที่ 022226222
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท