
บี้รัฐยอมรับปีนี้ท่วมแน่
ประเด็นร้อนรอบสัปดาห์ กรรมการ กยน. ฟันธงปีนี้น้ำท่วมอีก บี้รัฐตั้งศูนย์รับมือน้ำท่วมทันที
ประเด็นร้อนรอบสัปดาห์ กรรมการ กยน. ฟันธงปีนี้น้ำท่วมอีก บี้รัฐตั้งศูนย์รับมือน้ำท่วมทันที
ในขณะที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ทั้งชุดแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวได้คลอดแผนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย แต่คณะกรรมการใน กยน. หลายคนต่างออกมาแสดงความเห็นว่า แผนงานทั้งหมดจะไม่สามารถพาประเทศพ้นวิกฤตน้ำท่วมในปี 2555 นี้ไปได้
ปราโมทย์ ไม้กลัด คณะกรรมการกยน.กล่าวว่า รัฐบาลต้องยอมรับได้แล้วโครงการระยะเร่งด่วนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ที่จัดทำแผนงานออกมาจะทำไม่ทันแน่ไม่ว่าจะเป็นการขุดคลอง ลอกคลองทั้งหมดเพื่อให้น้ำไหลลงทะเลสะดวก ซึ่งขอให้รัฐบาลออกมายอมรับความจริงว่าภายในปี 2555-2557 จะยังไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเบ็ดเสร็จหรือป้องกันน้ำท่วมได้ เพราะโครงการต่างๆไม่สามารถทำได้ทันทั้งหมดตามที่แผนของบประมาณไว้
นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องตั้งศูนย์บริหารจัดการวิกฤตรับมือน้ำท่วมตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลเตือนภัยประชาชนก่อนฤดูน้ำจะมา เพื่อลดความเสียหายของประชาชน นอกจากนั้นเขาไม่เห็นด้วยหากรัฐจะใช้วิธีการปล่อยน้ำจากเขื่อนมากเกินไปเพราะกลัวน้ำท่วม โดยต้องระวังเรื่องปัญหาภัยแล้งและการดูแลพื้นที่การเกษตร
ข้าวถุงขู่ขึ้นราคา
สมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เปิดเผยว่า ได้เสนอให้ รมว.พาณิชย์ ทบทวนราคาจำนำ ซึ่งสำหรับข้าวเปลือกเจ้าไม่ควรเกิน 1.2 หมื่นบาท/ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิไม่ควรเกิน 1.7-1.8 หมื่นบาท ซึ่งหากไม่มีการทบทวนในไตรมาส 2-3 ผู้ประกอบการข้าวถุงจำเป็นที่จะต้องปรับราคาข้าวขึ้นประมาณ 5-10%
ในขณะที่ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า จะเดินหน้าโครงการต่อ และหากว่าผู้ประกอบการขึ้นราคาข้าวถุง กระทรวงก็จะทำข้าวธงฟ้าออกมาจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ส่งออกไตรมาสแรกติดลบ 9%
เบญจวรรณ รัตนประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยไตรมาสแรกของปี 2555 จะลดลง 9.21% โดยสินค้าสำคัญที่คาดว่าจะส่งออก ลดลง เช่น ยางพาราลดลง 15.07% อิเล็กทรอนิกส์ลดลง 69.24% เครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง 14.8% ยานยนต์ ลดลง 24.48% มันสำปะหลังลดลง 19.82% เม็ดพลาสติกลดลง 3.85% และสิ่งทอลดลง 5.22% ส่วนการส่งออกข้าว อัญมณีและเครื่องประดับจะเพิ่มขึ้น 1.35% และ 10% ตามลำดับ ภายใต้เงื่อนไขของภาวะเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงถดถอยและผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม แต่หากภาครัฐมีนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้เร็ว แนวโน้มการส่งออกรวมในปี 2555 ก็จะมีทิศทางดีขึ้น
สำหรับการแก้ปัญหาการส่งออกไปยังตลาดยุโรปและสหรัฐที่คาดว่าจะชะลอตัวลงนั้น ผู้ประกอบการไทยควรกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดศักยภาพใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รัฐบาลควรมีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศ และดูแลภาวะราคาสินค้าให้เหมาะสมกับต้นทุนการผลิต เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบและกระตุ้นให้มีการบริโภคอย่างต่อเนื่อง
สมาคมขนส่งรับได้ปรับเอ็นจีวี 2 บาท
ประธานสหพันธ์ขนส่งฯ พร้อมหารือ รมว.พลังงาน คนใหม่ปัญหาราคาเอ็นจีวี ยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พร้อมหารือร่วมกับ อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน ถึงนโยบายปรับราคาเอ็นจีวี โดยสหพันธ์จะยอมให้ปรับเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก. จนถึง เม.ย.นี้ หรือรวมเป็น 2 บาทต่อ กก. เท่านั้น จากที่รัฐบาลจะปรับรวม 6 บาทต่อ กก. ภายในปีนี้ แต่หากจะปรับขึ้นต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเป็นภาษีคืนให้กับกระทรวงการคลังแทนการจ่ายให้บริษัท ปตท. ซึ่งที่ผ่านมาสหพันธ์ฯ ไม่ได้ปฏิเสธการขึ้น แต่ขอให้ ปตท.ไม่สามารถอธิบายต้นทุนได้ชัดเจน ดังนั้นหากปรับขึ้นเพียง 2 บาทต่อ กก. จะไม่กระทบต้นทุนค่าขนส่งมาก แต่หากปรับเพิ่มเป็น 6 บาท ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นถึง 70%







