
ปีทอง...แฟรนไชส์มาแล้ว
ปีนี้เป็นอีกปีที่ยังมีกระแสความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำในบ้านเรา
ปีนี้เป็นอีกปีที่ยังมีกระแสความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำในบ้านเรา
โดย...จันทร์จิรา พึ่งวิริยะ
ปีนี้เป็นอีกปีที่ยังมีกระแสความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำในบ้านเรา ว่าจะวิกฤตหนักหนาสาหัสเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงานที่ปล่อยออกมาสู่สาธารณะยังไปคนละทิศคนละทาง บ้างก็ฟันธงท่วมหนักซ้ำเดิมอีกแน่นอน บ้างก็ว่าจะท่วมน้อยลง บ้างก็ว่าไม่ท่วม ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อใคร
แต่ที่น่าแปลกใจ คือ การขับเคลื่อนของธุรกิจรายย่อยผ่านการลงทุนในระบบแฟรนไชส์
ใครที่คิดว่ากระแสน้ำท่วมจะทำให้รายย่อยตื่นกลัวจนไม่กล้าลงทุน ขอบอกว่าคิดผิดถนัด นอกจากไม่ชะลอการลงทุนแล้ว กลับคิดตรงกันข้าม ต้องการกระจายความเสี่ยงจากอุทกภัย ด้วยการลงทุนเพิ่ม สร้างอาชีพที่สอง สำรองไว้เพื่อความมั่นคงของรายได้
อาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า เป็นวัฏจักรของการทำธุรกิจ ยิ่งถูกปัจจัยลบกระหน่ำทำร้ายมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่า ตลาดแฟรนไชส์ในปี 2555 จะโตถึง 17% จากปี 2554 ที่โตแค่ 67% ด้วยมูลค่าตลาดรวมที่มากกว่า 1.6 แสนล้านบาท
ขณะที่การขยายสาขาแฟรนไชส์ในปีนี้ก็จะมีมากถึง 4 หมื่นสาขา จากปีที่แล้วขยายได้กว่า 2 หมื่นสาขา สามารถรองรับแรงงานได้ประมาณ 2 แสนคนเลยทีเดียว
ที่น่ายินดีอีกเรื่อง คือ ประเมินว่า อัตราความล้มเหลวของสาขาแฟรนไชส์ที่ต้องปิดกิจการจากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ของจำนวนสาขาแฟรนไชส์ทั้งระบบ มีแนวโน้มจะหดเหลือ 12% สะท้อนให้เห็นพัฒนาการของผู้ประกอบการรายย่อยในระบบแฟรนไชส์มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สามารถยืนหยัดธุรกิจของตัวเองได้ระยะยาว
ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มการเติบโตของจำนวนบริษัทในระบบแฟรนไชส์ของไทยมีทิศทางที่ค่อนข้างสดใส ภายใน 3 ปีข้างหน้า จำนวนบริษัทแฟรนไชส์ในไทยน่าจะเพิ่มเป็น 850 บริษัท จากปัจจุบันที่มีกว่า 500 บริษัท ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ดี แม้จะห่างชั้นจากยักษ์ใหญ่อย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีบริษัทแฟรนไชส์มากถึง 2,600 บริษัท และประเทศที่น่าจับตามองถึงอัตราการเติบโตของบริษัทแฟรนไชส์อย่างรวดเร็วอีกประเทศคือ จีน ขณะนี้มีบริษัทแฟรนไชส์แล้วร่วม 1,000 บริษัท
“ยิ่งธุรกิจแฟรนไชส์โตมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมากเท่านั้น เพราะธุรกิจในระบบแฟรนไชส์เป็นการกระจายรายได้สู่รายย่อยอย่างชัดเจน แทนที่จะมีเฉพาะรายใหญ่เท่านั้นที่เป็นเจ้าของธุรกิจ”
ปีนี้ นอกจากการลงทุนผ่านระบบแฟรนไชส์ที่คาดว่าจะคึกคักแล้ว การซื้อแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจในไทยก็กำลังเป็นอีกกระแสที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดในธุรกิจ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือการซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนเข้ามาต่อยอดสร้างแบรนด์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นทางลัดสู่การทำตลาดได้ง่ายขึ้น เพราะการ์ตูนที่เลือกเข้ามาเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว เมื่อนำมาใช้เป็นสื่อผ่านแบรนด์ก็ทำให้ลูกค้าเกิดความรับรู้ได้ง่าย แถมทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดีขึ้นด้วย
“กลุ่มธุรกิจอาหารเป็นกลุ่มที่ถูกใช้ในกลยุทธ์การซื้อแบรนด์จากต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากคนไทยเก่งด้านอาหาร อีกทั้งในแง่ของการตลาด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตแบบไหนขึ้น คนก็ยังต้องบริโภคอยู่วันยันค่ำ แถมเจ้าของธุรกิจสามารถปรับตัวได้ง่ายกว่ากิจการประเภทอื่นเมื่อประสบปัญหา”
ปิดท้ายด้วยการคาดการณ์ธุรกิจแฟรนไชส์ดาวรุ่งในปีนี้ อาจารย์พีระพงษ์ กล่าวว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ฟาสฟู้ดส์ โดนัท มาแรง แต่ที่เด่นทุกปีและปีนี้ก็ยังเด่นต่อ คือ กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เพราะมองว่า การบริโภคและกำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวแล้วจากปัญหาน้ำท่วม การเมือง และเศรษฐกิจประเทศ
ตามมาด้วยธุรกิจบริการ อาทิ รับสร้างบ้าน ซ่อมแซม ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย อาคาร กำจัดปลวก แมลง ล้างรถ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้มาจากเหตุการณ์อุทกภัยโดยตรง ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเดิมเห็นช่องทางการตลาด แถมแนวโน้มปัญหาภัยธรรมชาติทุกวันนี้ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ การเข้าสู่ธุรกิจด้านนี้จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง
ในส่วนของธุรกิจสถาบันการศึกษา สอนภาษา กวดวิชา ที่เคยเป็นดาวเด่นในปีที่แล้ว ปีนี้ค่อนข้างคงที่ เพราะการขยายสาขาแฟรนไชส์ด้านนี้ ขาดแคลนบุคลากร ที่ต้องการความรู้เฉพาะด้าน ทำให้ไม่สามารถโตได้ต่อเนื่อง
ในเรื่องของทำเล ต่างจังหวัดดูจะเป็นทำเลทองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแบรนด์แฟรนไชส์ขนาดใหญ่หลายแบรนด์เริ่มถึงจุดอิ่มตัวในทำเลกรุงเทพฯ แต่อัตราการขยายตัวของสาขาในกรุงเทพฯ ยังคงมีต่อไป เพียงแต่ในต่างจังหวัดดูคึกคักเป็นพิเศษ
เอาเป็นว่า ปีนี้ใครกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจ อาจารย์พีระพงษ์ ย้ำ ลุยได้เลย อย่าไปคิดมากเรื่องอุทกภัย หาทางหนีทีไล่ไว้ให้พร้อมเป็นพอ เพราะทุกธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ใช่จะมีเฉพาะเรื่องน้ำเท่านั้น ทุกธุรกิจต้องระมัดระวังทุกเรื่อง ประมาทเมื่อไหร่ก็เจ๊งได้ทุกกิจการ







