
เอแบควิจัยรัฐเลิกใยหินสูญมโหฬาร
ศูนย์ศึกษาข้อมูลไครโซไทล์ ชี้หากรัฐบาลเลิกใช้สารไครโซไทล์ผลิตกระเบื้องใยหินผ้าเบรก
ศูนย์ศึกษาข้อมูลไครโซไทล์ ชี้หากรัฐบาลเลิกใช้สารไครโซไทล์ผลิตกระเบื้องใยหินผ้าเบรก
จะเสียหายกว่า 4.6 แสนล้าน บาท แถมยังไม่มีผลศึกษาชัดเจนว่าก่อให้เกิดมะเร็งปอด
น.ส.อิงเหวย หวัง หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ผู้ทำวิจัยเรื่องผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ หากยกเลิกใช้สารไครโซไทล์ให้กับศูนย์ศึกษาข้อมูลไครโซไทล์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ทำงานเผยแพร่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ว่า หากรัฐบาลประกาศให้ยกเลิกการใช้สารไครโซไทล์ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตกระเบื้องใยหิน และอุตสาหกรรมผ้าเบรกรถจะเกิดความเสียหายกับภาคธุรกิจรวมกว่า 4.6 แสนล้านบาท โดยรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับภาคครัวเรือน อุตสาหกรรมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ กลุ่มโรงเรียนและกลุ่มโรงพยาบาล
ทั้งนี้ รัฐบาลควรจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนจะมีการยกเลิก เพราะอาจนำไปสู่ผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงและหลักฐานเรื่องผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้น ว่าระหว่างการยกเลิกหรือนโยบายการใช้งานอย่างปลอดภัย อย่างไหนจำเป็นกว่ากัน และหากมีการยกเลิกจริง รัฐบาลจะต้องสนับสนุนการพัฒนาสินค้าทดแทนให้มีคุณภาพและความคงทนที่เท่าเทียมกับกระเบื้องใยหินไครโซไทล์ เพื่อลดต้นทุนและผลเสียทางเศรษฐกิจ
“ในประเทศสหรัฐอเมริกา เคยประกาศให้ยกเลิกการใช้สารไครโซไทล์เพื่อใช้ผลิตกระเบื้อง แต่ก็มาอนุมัติให้กลับมาใช้ได้” น.ส.อิงเหวย กล่าว และเป็นประเด็นฟ้องร้องกัน เนื่องจากไม่มีความชัดเจนว่าสาเหตุการเกิดมะเร็งปอดเกิดจากสารดังกล่าว หรือเกิดจากการสูบบุหรี่ รวมไปถึงความเสียหายในภาคธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้างนั้นต้องปรับไลน์การผลิตใหม่ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น”
อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องการนำเข้าและใช้สารไครโซไทล์ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2554 และได้มีมติเห็นชอบในหลักการข้อเสนอของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.2554) ในการยกเลิกการใช้สินค้าที่มีสารไครโซไทล์ ถึงแม้ปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ หากแต่ก็มีผู้ประกอบการบางรายได้หันไปผลิตสินค้าทดแทน แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาเรื่องความเหมาะสมและอันตรายของสินค้าทดแทนก็ตาม
ด้านนายอัศนี ชันทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร กล่าวว่า หากต้องมีการลงทุนไลน์การผลิตสินค้าประเภทกระเบื้องไม่ใช้ใยหินนั้น จะต้องใช้เงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาทต่อ 1 ไลน์การผลิตแต่ขณะนี้บริษัทฯยังไม่ได้มีการลงทุนเนื่องจากต้องการรอความชัดเจนจากรัฐบาล หากจะประกาศยกเลิกให้ใช้สารดังกล่าวจะสนับสนุนให้พัฒนาสินค้าทดแทนประเภทใด ที่ทำให้สินค้ามีความคงทน ซึ่งหากจะเปรียบเทียบแล้วสินค้าที่ผลิตโดยใช้แร่ไครโซไทล์นั้นจะมีความคงทนมากกว่า การใช้สินค้าที่ไม่มีแร่ไครโซไทล์ โดยเฉพาะการใช้เซลลูโลสจากพืชมาผลิตเป็นกระเบื้อง







