posttoday
‘ไทยพาณิชย์’สู้ชู3กลยุทธ์ธุรกิจ

‘ไทยพาณิชย์’สู้ชู3กลยุทธ์ธุรกิจ

27 มกราคม 2555

ไทยพาณิชย์ปรับกลยุทธ์รับมือสารพัดความเสี่ยงในปีนี้ เน้นต้องเติบโตมากกว่าระบบ จึงจะอยู่รอด

ไทยพาณิชย์ปรับกลยุทธ์รับมือสารพัดความเสี่ยงในปีนี้ เน้นต้องเติบโตมากกว่าระบบ จึงจะอยู่รอด

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปีนี้มีปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจสูงมากทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ธนาคารจึงวางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจใหม่ เพื่อรับมือความผันผวน

นางกรรณิกา กล่าวว่า 3 ยุทธศาสตร์ ที่ธนาคารได้วางเป็นหลักในการทำธุรกิจปีนี้คือ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจวาณิชธนกิจเพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและการขยายส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เพื่อเป็นอันดับ 1 ใน 2-3 ปีข้างหน้า

ในปีนี้ธนาคารวางเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมเอาไว้ที่ 12-14% ลดลงจาก 22.1% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 17-19% อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) จะอยู่ที่ 1.82% หนี้เสียจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.61% อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวลดลงจาก 3.26% มาอยู่ที่ 3% จากต้นทุนเงินฝากที่สูงขึ้นและการแข่งขันในตลาด

“แม้ว่าตัวเลขสินเชื่อในปีนี้อาจโตน้อยลง แต่เราจะโฟกัสที่การเติบโตสูงกว่าตลาดมากกว่า ถ้าเราโต 22% แต่ตลาดโต 20% กับเราโต 7% แต่ตลาดโต 2% เราขอเลือกอย่างหลังดีกว่าเพราะทำให้เรามีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น เรายังเชื่อว่ากำไรในปีนี้จะยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา หากไม่นับรวมกำไรที่มาจากการซื้อนิวยอร์คไลฟ์เข้ามา เมื่อสินเชื่อโตน้อยลง เราจะหันไปเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมที่ตั้งเป้าโตไม่ต่ำกว่า 15% จาก 4 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา พร้อมควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพแทน” นางกรรณิกา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องจับตามองในปีนี้คือ ต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากการเรียกเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ จากธนาคารพาณิชย์ เพราะเรื่องนี้เปรียบเสมือนการแยกระบบเงินฝากออกจากกันเป็น 2 ระบบ ซึ่งจะทำให้ระบบการเงินผันผวนและอ่อนแอในระยะยาว

ขณะที่ช่องทางการให้บริการในปีนี้ ธนาคารจะไม่เน้นการขยายจำนวนสาขาและตู้เอทีเอ็ม แต่ใช้วิธีโยกย้ายที่ตั้งของสาขาและเอทีเอ็มไปยังจุดที่มีทำเลดีขึ้น โดยตั้งเป้าเปิดสาขาในปีนี้เพิ่มขึ้น 75 แห่ง จาก 1,019 สาขา และติดตั้งเอทีเอ็มเพิ่มขึ้นอีก 41 จุด

นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่กลุ่มลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หากเรื่องการเรียกเก็บเงินนำส่งเพิ่มเติมมีผลเมื่อไร เราก็คงต้องยอมรับและต้องปรับตัว ต้องดูว่าจะหาสีสันอะไรมาทำตลาดเงินฝากได้บ้าง และในช่วงกลางปีจะมีการปรับลดวงเงินคุ้มครองด้วย เรามองว่ากองทุนรวมก็เป็นตัวหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับกลุ่มลูกค้าไพรเวตแบงก์กิงของเราที่มีสัดส่วนเงินฝากอยู่ถึง 20-25% เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท