
สำรวจโรงงาน6นิคมฯจมน้ำ สมาชิกยัง...แน่นปึ้ก
ผ่านอุทกภัยครั้งใหญ่ปีที่แล้ว ทำเอาโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเขตประกอบการ และสวนอุตสาหกรรม
ผ่านอุทกภัยครั้งใหญ่ปีที่แล้ว ทำเอาโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเขตประกอบการ และสวนอุตสาหกรรม
ที่ได้รับผลกระทบ หลายรายตัดสินใจย้ายโรงงานหนี แม้ว่าภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูแล้วก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นของบรรดาเจ้าของโรงงานกลับไม่ได้รับการเติมเต็มเท่าที่ควร จนเกิดความเป็นห่วงตามมาว่า กระแสการย้ายโรงงานหนีน้ำท่วมจะลุกลามไปใหญ่โต หรือมีเฉพาะแค่ 14 โรงงานในนิคมฯ สหรัตนนครที่เป็นข่าวอยู่ในเวลานี้เท่านั้น
อาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูสวนอุตสาหกรรมนวนคร กล่าวว่า โรงงานในนวนครเริ่มกลับมาเดินเครื่องผลิตได้แล้ว 29 โรงงาน เช่น บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากสหรัฐอเมริกา บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินิแบ ไทย ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ ผู้ผลิตเครื่องสำอางจากไทย บริษัท เนสท์เล่ ฟู้ด (ประเทศไทย) ผลิตนมผง กาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม นมข้นหวาน จากสวิตเซอร์แลนด์ และบริษัท ไทยฮะจิบัง ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่น เป็นต้น จากโรงงานทั้งหมด 227 แห่ง
ที่เหลืออยู่ระหว่างซ่อมแซมเครื่องจักร รอนำเข้าเครื่องจักร และขั้นตอนของการประกันภัย แต่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่ปิดกิจการหรือขอย้ายออกไป
ทางด้านคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ก็แจ้งความคืบหน้าว่า มีโรงงานเปิดเดินเครื่องผลิตแล้ว 39 แห่ง จากทั้งหมด 90 แห่ง คิดเป็น 43% ของโรงงานทั้งหมด และคาดว่าจะเดินกำลังการผลิตได้ไม่น้อยกว่า 70% ในไตรมาสแรก จากนั้นสิ้นเดือน ส.ค. จะเดินกำลังผลิตได้ 85100% มากกว่า 63 ราย เนื่องจากบางโรงงานเครื่องจักรหลักยังรอการซ่อมแซม หรือรอนำเข้ามาใหม่ และมี 10 ราย อยู่ระหว่างสั่งเครื่องมือ เครื่องจักร ยังแจ้งไม่ได้ว่าจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่
การที่โรงงานเริ่มดำเนินการผลิตบางส่วนก่อนก็ถือเป็นการส่งสัญญาณอย่างหนึ่งว่าผู้ประกอบการจะยังคงทำธุรกิจต่อไปไม่ย้ายหนี เพราะนิคมฯ ค่อนข้างฟื้นตัวเร็ว แถมยังมีนักลงทุนจากนิคมฯ อื่นย้ายเข้ามา ยิ่งสร้างความมั่นใจว่านิคมฯ บางปะอินพร้อมรับการลงทุน
ทวิช เตชะนาวากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอินดัสเตรียล เอสเตท ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) กล่าวว่า โรงงานในนิคมฯ ไฮเทคประมาณ 80% จากโรงงานทั้งหมด 143 โรงงาน เข้าฟื้นฟูทำความสะอาดพื้นที่แล้ว และเริ่มผลิตได้ 25% ที่เหลืออยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย รอชดเชย บางส่วนต้องสั่งเครื่องจักรใหม่
อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการบางส่วน 5-10% หรือไม่เกิน 3 ราย ที่มีฐานผลิตในประเทศหลายแห่ง ได้ย้ายไปอยู่ในโรงงานอื่นแทน แต่ถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติที่มีการย้ายเข้าออกอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
“กรณีที่ผู้ประกอบการจะทำตามกัน ย้ายไปตั้งโรงงานที่อื่นคงไม่มี แต่ละนิคมฯ มีความพร้อมและศักยภาพไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ไม่ย้ายออก หากมองในภาพรวม จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเป็นแหล่งรองรับการลงทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ขนส่ง จึงยังเป็นจุดที่น่าลงทุน” ทวิช กล่าว
ขจรศักดิ์ มหคุณวรรณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า มีโรงงานที่กลับมาผลิตได้แล้วไม่ถึง 10% จากโรงงานทั้งหมด 198 แห่ง คาดว่าจะเริ่มผลิตได้หลังไตรมาสแรก เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูใช้เวลานาน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการที่ย้ายออกไปผลิตที่อื่นชั่วคราวไม่ถึง 10% เพื่อรักษาการผลิตและลูกค้า แต่เชื่อว่าเมื่อโรงงานในโรจนะฟื้นฟูเสร็จก็จะกลับมา
“ตอนนี้อยู่ในช่วงเรียกความเชื่อมั่น หากปีนี้ไม่ท่วมนักลงทุนคงกลับมา เพราะโรจนะยังเป็นทำเลที่น่าลงทุน” ขจรศักดิ์ กล่าว
อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม คณะทำงานฟื้นฟูสวนอุตสาหกรรมบางกะดี กล่าวว่า อยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจสถานะแต่ละโรงงาน ซึ่งเริ่มผลิตได้แล้วไม่มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรเสียหายต้องนำเข้าเครื่องใหม่เลย ขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการบางรายได้ขอให้กระทรวงการคลังยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ามาขาย ซึ่งก็อยู่ระหว่างพิจารณา ส่วนที่เลิกกิจการตอนนี้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอประเมินความเสียหายที่ชัดเจนก่อน แต่คงมีไม่มาก
ชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในฐานะคณะทำงานฟื้นฟูเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ กล่าวว่า โรงงานในแฟคตอรี่แลนด์เปิดดำเนินการแล้วทุกโรงงานตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2554 แต่มีประมาณ 20 โรง อาจยังเดินเครื่องไม่เต็มที่ อยู่ระหว่างซื้อเครื่องจักร แต่ไม่มีรายไหนย้ายการผลิตออกไปแน่นอน







