posttoday
เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ....รอความชัดเจนคดียึดทรัพย์

เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ....รอความชัดเจนคดียึดทรัพย์

01 มีนาคม 2553

.....วารุณี สิทธิถาวร

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (2226 ก.พ. 2553) ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันทำการแรกของสัปดาห์ ปรับแข็งค่าขึ้นจาก 33.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเงินยูโรหลังมีแรงซื้อกลับในช่วงสั้นๆ และมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางแข็งค่าตามสกุลเงินภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นำโดยเงินรูเปียห์หลังได้ปัจจัยบวกจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเปิดตลาดในแดนบวก

ขณะเดียวกันค่าเงินบาทยังได้ปัจจัยหนุนหลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เผยข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4/2552 ของไทยขยายตัวเกินคาดที่ 5.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน ทำให้ทั้งปี 2552 จีดีพีไทยติดลบ 2.3% เทียบกับที่คาดว่าจะติดลบ 2.7% ขณะเดียวกันสภาพัฒน์ยังมีการปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราการขยายตัวในปี 2553 สู่ระดับ 3.54.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.04.0%

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางแข็งค่าและขยับสู่ระดับ 33.12 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายตามการฟื้นตัวของยูโรและภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวดี โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าจะมีการให้ความช่วยเหลือกรีซอย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานว่ากระทรวงการคลังของเยอรมนีเตรียมแผนช่วยเหลือมูลค่า 2.02.5 หมื่นล้านยูโรแก่กรีซ

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบๆ ใกล้ระดับ 33.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังชะลอการซื้อขายและจับตาแถลงการณ์ของนายเบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ที่จะแถลงต่อสภาคองเกรสในวันพุธและพฤหัสบดีเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยหลังจากเฟดสร้างความประหลาดใจด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีใน ระยะสั้นเงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำตลาด อีกทั้งนักลงทุนชะลอการซื้อขายในช่วงระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยการเมือง

ในช่วงกลางสัปดาห์ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธอ่อนค่าลงจากช่วงต้นสัปดาห์ อันเป็นผลจากการดีดตัวขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ หลังนักลงทุนเริ่มปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพราะเริ่มไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจโลก หลังดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากสถาบัน IFO ของเยอรมนีที่ออกมาแย่กว่าที่คาดในเดือน ก.พ. พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจเยอรมนีอาจหดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนเลี่ยงความเสี่ยงและกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงเงินเหรียญสหรัฐ

ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้รับผลกระทบ หลังนักลงทุนเอเชียมีความไม่แน่ใจมากขึ้นเมื่อจีนดำเนินมาตรการใหม่เพื่อจำกัดการปล่อยสินเชื่อมากเกินไปของธนาคารพาณิชย์ โดยสื่อทางการรายงานว่าผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านธนาคารของจีนได้แจ้งธนาคารพาณิชย์ ให้จำกัดการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่บริษัทสินเชื่อของรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ ที่อาจเกิดขึ้น โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นและฉุดให้สกุลเงินในภูมิภาคอ่อน ค่าลงเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบก่อนปิดทรงตัวที่ระดับ 33.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่ยังคงยืนเหนือระดับ 700 จุดได้แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศก็ตาม

ในช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.02 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ปรับแข็งค่าขึ้นจากช่วงกลางสัปดาห์และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงเช้านี้ โดยมีแรงหนุนจากการร่วงลงของเงินเหรียญสหรัฐที่ขาดปัจจัยบวกจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย หลังการแถลงการณ์ของนายเบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า แม้จะมีสัญญาณในเชิงบวกแต่ตลาดแรงงานยังอ่อนแออย่างมาก และมีการกล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป ซึ่งเป็นการสยบกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดใกล้จะทำการคุมเข้มนโยบายการเงินหลังจากที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐฯ ยังได้รับผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอหลังทางการรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ร่วงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับอ่อนค่าลงในช่วงบ่ายตามการร่วงลงของยูโรที่ถูกกดดันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาภาคการคลังของกรีซ

อีกทั้งนักลงทุนยังมองว่ามีความ เป็นไปได้ที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+ ของกรีซลง 1 หรือ 2 ขึ้นภายใน 1 เดือน โดยระบุถึงความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อาจขัดขวางการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบก่อนปิดที่ระดับ 33.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปริมาณการทำธุรกรรมที่เบาบางในช่วงก่อนรู้ผลตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 33.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเปิดตลาดวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงชะลอการทำธุรกรรมเพื่อจับตาผลการตัดสินของศาลฎีกาในช่วงบ่าย ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคที่ซบเซาหลังข้อมูล การจ้างงานและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ อีกทั้งได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมหลังมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบของจีนอาจ เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของจีนเพิ่มสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นอีก 0.5%สู่ระดับ 11.5% ซึ่งเป็นมาตรการล่าสุดในการควบคุมสภาพคล่องในระบบการเงิน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกดดันการเคลื่อนไหวของสกุลเงินภูมิภาคในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินบาทร่วงลง สู่ระดับ 33.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสั้นๆ ก่อนศาลประกาศคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ แต่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่ายและปรับตัวสู่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังออกไปนอกตลาดเพื่อดูความชัดเจนทางการเมืองในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล