
วันสำคัญที่ถูกลืม
....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ผ่านพ้นไปสักทีสำหรับวันหยุดโลก...ศุกร์ที่ 26 ก.พ. 2553 วันที่ทุกคนใจจดใจจ่อรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้
แทบทุกอย่างหยุด...หยุดเพื่อรอวันนั้นเพียงวันเดียว สังคมนี้ได้ให้ความสำคัญกับมันมากจริงๆ กล้าพูดได้เลยว่ามันได้กลายเป็นวันสำคัญที่สุดในตารางปีปฏิทินของปีนี้ไปแล้ว
แม้อีกสองวันถัดมาจะเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาของคนไทยทั้งประเทศคือ...วันมาฆบูชา แต่เปล่าเลย...เรากลับไม่ได้เห็นการพูดถึงวันสำคัญดังกล่าวแม้แต่น้อย
ผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ผ่านไปอย่างไม่มีความหมาย รัฐบาลไม่ได้สนใจอย่างที่ควรจะเป็น!!
ไม่มีการส่งเสริม ไม่มีการประชาสัมพันธ์ ไม่มีการผลักดันให้คนไทยชาวพุทธทั้งประเทศหลายสิบล้านคนได้รับรู้และรู้สึกว่าเป็นวันสำคัญของทุกคน
ผมเข้าใจว่ารัฐบาลนี้มีกระทรวงที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งไม่ทราบว่าปัจจุบันยังมีอยู่หรือไม่ ท่านใดเป็นเสนาบดีใหญ่เจ้ากระทรวง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายชื่อเรียงเสียงใดกันบ้าง
ขืนเป็นแบบนี้อีกไม่นาน...วันสำคัญทางศาสนาทั้งหลายคงถูกลืมเลือนและหายไปจากความทรงจำของผู้คนประเทศสยามนี้อย่างน่าเศร้าใจ
ผมเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่วันสำคัญทางศาสนานั้นจะเป็นคุณานุประโยชน์อย่างมากต่อสังคมไทยที่กำลังตกอยู่ในภาวะอึมครึมอย่างน่าสะพรึงกลัว
เพราะเป็นวันที่รวมญาติมิตรในครอบครัว ในชุมชน และในหมู่บ้าน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันคืองานบุญที่ทำให้ทุกคนเกิดความสุขใจ ครอบครัวอบอุ่น สังคมจะได้แตกแยกน้อยลง
เพราะเป็นวันที่ผู้คนรู้จักคำว่า...ให้...การให้ทรัพย์สินเงินทองในการทำบุญ การให้ทานแก่ผู้ด้อยโอกาส การให้อภัยเพื่ออโหสิกรรมต่อกัน ความรักความสมานฉันท์จะได้บังเกิดขึ้น
เพราะเป็นวันที่จะช่วยสงบจิตสงบใจเข้าวัดฟังเทศน์ทำบุญสร้างกุศล ลดทิฐิความโลภโกรธหลงในตัวคนได้เป็นอย่างดี สำนึกดีสำนึกชอบจะได้เกิดแก่ผู้มีอำนาจวาสนาที่เป็นที่มาของความขัดแย้งในสังคม
เพราะเป็นวันที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะใช้เป็นโอกาสกล่อมเกลาชักชวนลูกหลานวัยรุ่นวัยคึกคะนองให้มาสัมผัสกับพุทธศาสนา จะช่วยลดพาหะความชั่วร้ายที่เข้ามาทำลายอนาคตของวัยรุ่นไทยลงไปบ้าง
และเพราะเป็นวันที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากทั่วประเทศจะได้มีโอกาสทำมาค้าขายสินค้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในงานบุญได้อย่างมากมาย ทั้งอาหารการกิน เครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ และอื่นๆ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการลืมตาอ้าปากมีแรงแข่งขันต่อสู้กันต่อไป
ถ้ากระตุ้นดีๆ ผมเชื่อว่าเฉพาะมูลค่าเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาแต่ละครั้งสามารถทำเงินได้เป็นแสนล้านบาท ก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านภาษีอย่างมหาศาลและช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งประเทศดีขึ้น
ถ้ากระตุ้นดีๆ ผมเชื่อว่าจะช่วยลดทอนกระแสความร้อนแรงของอารมณ์ความขัดแย้งในสังคมลงไปได้ ด้วยเหตุผลคนไทยด้วยกันนับถือศาสนาเดียวกัน เชื่อในบาปบุญคุณโทษเหมือนกัน ไม่คิดถึงชาตินี้ก็ต้องห่วงชาติหน้า ไม่คิดถึงตัวเองก็ต้องคิดถึงเวรกรรมที่จะตกถึงลูกหลาน ความอาฆาตพยาบาทก็มีโอกาสลดลงไป
ได้ประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจ ได้ประโยชน์ทั้งสังคม สุดท้ายก็จะได้ประโยชน์ต่อการเมือง
ผมมิบังอาจแนะนำสั่งสอนรัฐบาลนะครับ แค่สะกิดให้ได้ฉุกคิดกันสักนิด ด้วยทุกวันนี้ราษฎรทั่วหล้าเขาเอือมระอากับข่าวการเมืองเสียเหลือเกิน
ช่วยหาเรื่องดีๆ ทำให้คนไทยทั้งชาติหายกลุ้มใจกันบ้าง พวกเราทั้งหลายจะขออนุโมทนาสาธุให้เป็นรัฐบาลนานๆ







