
นักลงทุนย้ายออกนิคมฯสหรัตนนคร
นักลงทุนย้ายออกจากนิคมฯสหรัตนนครเกือบครึ่งไปตั้งโรงงานที่จังหวัดอื่นแทน ด้านนิคมฯบางปะอินเริ่มก่อสร้างเขื่อนเป็นแห่งแรก เร่งเสร็จก่อนมิ.ย.นี้
นักลงทุนย้ายออกจากนิคมฯสหรัตนนครเกือบครึ่งไปตั้งโรงงานที่จังหวัดอื่นแทน ด้านนิคมฯบางปะอินเริ่มก่อสร้างเขื่อนเป็นแห่งแรก เร่งเสร็จก่อนมิ.ย.นี้
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในนิคมฯสหรัตนนครมีผู้ประกอบการเริ่มย้ายและเลิกกิจการออกไปอยู่ในพื้นที่อื่นแล้วจำนวน 14 โรงงาน และยังไม่มีพนักงานเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่อีก 3 โรงงาน โดยส่วนที่เช่าพื้นที่เลิกจ่ายค่าเช่าที่ไปอยู่ที่อื่น เช่น จังหวัดสระบุรี นครนายก ส่วนกลุ่มที่ซื้อที่ดินเลยก็ประกาศขายที่ดินไปแล้ว
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขาดการติดต่อไปเลย และมีแนวโน้มจะไปหาพื้นที่อื่นตั้งโรงงานใหม่ หรือบางส่วนอยู่ในช่วงการรอบริษัทประกันเข้ามาประเมินความเสียหาย จึงต้องไปอยู่ที่อื่นเพื่อดำเนินการผลิต เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารอได้ เพราะบางรายยังมีคำสั่งซื้อสินค้าค้าง ต้องรีบผลิตส่งลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่เหลือมีโรงงานที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงฟื้นฟู และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเม.ย. จำนวน 16 ราย โรงงานที่เริ่มประกอบกิจการได้บางส่วน 3 แห่ง และโรงงานที่ประกอบกิจการได้แล้ว 100% จำนวน 6 ราย นอกจากนี้ยังมีโรงงานที่ปิดไปก่อนช่วงที่จะเกิดน้ำท่วมจำนวน 8 ราย
สำหรับนิคมฯสหรัตนนครมีโรงงานอยู่ทั้งหมด 43 ราย มีจำนวนแรงงานทั้งสิ้น 1.46 คน มูลค่าการลงทุนรวม 9,472 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เครื่องหนัง เครื่องแต่งกาย เป็นต้น สัดส่วนการลงทุน ญี่ปุ่น 70% ไทย 20% และอื่นๆ 10%
ขณะที่การสร้างคันกั้นน้ำถาวรทางนิคมฯสหรัตนนครอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน โดยในส่วนของการออกแบบทำเสร็จแล้วและกำลังจะยื่นแบบให้ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อนุมัติ โดยจะสร้างคันกั้นน้ำยาว 8 กิโลเมตร มูลค่า 240 ล้านบาท ซึ่งจะยื่นขอกู้เงินจากธนาคารออมสิน 100% โดยคันกั้นน้ำดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่ขายได้แล้วประมาณ 300 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 1,441 ไร่ โดยยังมีพื้นที่เหลือจำหน่ายอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่พัฒนาแล้วรอการขาย 300 ไร่ และที่ยังไม่มีการพัฒนาอีก 700 ไร่
ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการของนิคมฯ จะซับซ้อนกว่าที่อื่น เพราะอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการ โดยต้องขออนุมัติจากศาลเพื่อขอกู้เงิน แต่คาดว่าการทำงานจะแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ โดยจะสร้างเสร็จภายในเดือนส.ค. 2555
“วันนี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันน้ำท่วม ถ้าเขื่อนที่สร้างสามารถป้องกันน้ำท่วมได้แนวโน้มที่จะขายที่ดินได้เพิ่มก็จะมีมากขึ้น แต่หากน้ำท่วมอีกก็คงลำบาก”นายณัฐพล กล่าว
นายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หัวหน้าคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะอินได้เริ่มก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำรอบพื้นที่นิคมฯ แล้ว ซึ่งเป็นนิคมฯ แรกใน 7 นิคมฯ เพื่อเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน พ.ค. – มิ.ย. นี้ โดยมีบริษัทช. การช่าง เป็นผู้รับเหมา ล่าสุดเริ่มก่อสร้างไปแล้วระยะทาง 1 กม. จากทั้งหมด 11 กม. โดยผู้พัฒนานิคมได้ใช้งบประมาณของบริษัทดำเนินการไปก่อน ก่อนที่ธนาคารออมสินจะอนุมัติเงินกู้ 700 ล้านบาท เพราะหากรอให้ธนาคารอนุมัติเงินแล้วสร้างภายหลังจะเสร็จช้าอาจไม่ทันรับมือกับฤดูฝนที่กำลังจะมา







