posttoday
ใช้จ่ายไอซีทีไทย 5.1 แสนล้านปัจจัยกระตุ้นตลาดโต

ใช้จ่ายไอซีทีไทย 5.1 แสนล้านปัจจัยกระตุ้นตลาดโต

21 มกราคม 2555

การเติบโตของการใช้จ่ายภาคไอซีทีถือเป็นภาพสะท้อนการพัฒนาประเทศและเกี่ยวข้องกับการเติบโตจีดีพีของประเทศอย่างยิ่ง

การเติบโตของการใช้จ่ายภาคไอซีทีถือเป็นภาพสะท้อนการพัฒนาประเทศและเกี่ยวข้องกับการเติบโตจีดีพีของประเทศอย่างยิ่ง

อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับศักยภาพทางการแข่งขันอย่างแยกไม่ออก ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายทางไอซีทีเพื่อยกระดับความสามารถ จะเป็นตัวดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตในระยะยาวได้

ดังนั้น เพื่อให้เห็นโอกาสและอุปสรรคของประเทศ บริษัท ไอดีซี ผู้สำรวจและวิจัยทางไอซีที ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของตลาดประเทศไทย พบว่า ในปี 2555 จะมีการใช้จ่ายด้านไอซีที โดยรวมภาคอุตสาหกรรมไอทีและภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไว้ด้วยกัน เป็นเม็ดเงินกว่า 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.12 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 1010.6% แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ถือว่ามีการฟื้นตัวได้เร็วและยังมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ

นายอรรถพล สาธิตคณิตกุล ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท ไอดีซี ไทยแลนด์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้นต้องคงระดับการเติบโตของการใช้จ่ายในภาคไอซีทีไว้ในระดับนี้ เพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไว้ เนื่องจากคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ไทยจะขยับเข้าสู่ภาวะตลาดอิ่มตัว และการเติบโตจะลดเหลือเพียงหลักเปอร์เซ็นต์เดียวเท่านั้น แต่ก็ขึ้นกับการเติบโตของจีดีพีด้วย

มองลึกลงในภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมปีนี้ คาดว่าจะมีสัดส่วนการใช้จ่ายประมาณ 2.2 แสนล้านบาท อุปสรรคหลักคือ การลงทุน 3จี ที่ไม่แน่นอนมาตั้งแต่ปี 2550 ทำให้การใช้จ่ายสะดุด แต่ไอดีซีเชื่อว่าจะมีการประมูลได้ภายในครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงจะมีการลงทุนระดับโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นคือ ไฟเบอร์ทูเดอะเอ็กซ์ เพื่อตอบรับความต้องการใช้งานด้านดาต้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“แนวโน้มการเติบโตของภาคโทรคมนาคมคือ การใช้งานโมบายดาต้าและฟิกซ์ดาต้าจะเติบโตกว่า 10% ต่อไปจนถึงปี 2557 แต่ตัวแปรคือ ต้องมีการลงทุนโครงข่ายสายและโครงข่าย 3จี ถือเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ” นายอรรถพล กล่าว

ในภาคอุตสาหกรรมไอทีแบ่งเป็นฮาร์ดแวร์จะกลายเป็นพระเอกของวงการ โดยจะเห็นการเติบโตของกลุ่มสมาร์ตดีไวซ์คือ สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายรวมกว่า 6.7 ล้านยูนิต แซงหน้ากลุ่มคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และเดสก์ท็อป ที่คาดว่าจะมียอดขายรวม 4.1 ล้านยูนิต ซึ่งส่วนนี้ยังผลักดันให้ระดับข้อมูลในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลลูกค้าขององค์กรธุรกิจ การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กของผู้ใช้ทั่วไป หรือการเติบโตของดิจิตอลคอนเทนต์ในกลุ่มโทรคมนาคม

ทั้งนี้ แม้จะมีปัญหาเรื่องการผลิตฮาร์ดดิสก์ ปัญหาน้ำท่วมทำให้กำลังซื้อยังกลับมาไม่เต็มที่ รวมถึงการมีสินค้าให้เลือกมากขึ้น แต่เชื่อว่าการเติบโตในส่วนของฮาร์ดแวร์จะมีสัดส่วนถึง 70% ในการผลักดันการใช้จ่ายด้านไอที ส่วนด้านซอฟต์แวร์ที่มีสัดส่วน 10% จะมีบริการหลักจากการลงทุนระบบไอทีเพื่อเพิ่มศักยภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อคาดการณ์อนาคต เช่น ระบบซีอาร์เอ็ม ระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจบีไอและบีเอ หรือการป้องกันและกู้คืนข้อมูล ซึ่งได้รับการกระตุ้นมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อปีก่อนและน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมแม้จะมีผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 10.1%

“การมีระบบไอทีซอฟต์แวร์ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลนำไปสู่การรับรู้ความต้องการของผู้บริโภคกลายเป็นสิ่งจำเป็นและสร้างโมเดล ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางให้เกิดขึ้น ต่อไปการทำตลาดจะยากขึ้น ต้องเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ต้องเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น การแข่งขันก็สูงขึ้น บีบให้องค์กรต้องใช้ไอทีเพื่อยกระดับให้เทียบเท่าหรือสูงกว่าคู่แข่ง” นายอรรถพล กล่าว

ส่วนสุดท้ายคือ ภาคไอทีบริการที่มีสัดส่วนประมาณ 20% ยังมีการเติบโตของการให้บริการคลาวด์ คอมพิวติง ที่ไทยยังตามหลังอีกหลายประเทศอยู่ รวมถึงภาคบริการไอทีอื่นๆ ที่จะมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อประสานให้การใช้งานไอทีเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนการใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 4.7 หมื่นล้านบาทในปีนี้

สำหรับการคาดการณ์การเติบโตในประเทศไทยถือว่าใกล้เคียงกับภูมิภาค ซึ่งโดยภาพรวมแล้วถือว่าไทยยังมีการใช้จ่ายด้านไอทีที่ดี ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมศักยภาพของประเทศ  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท