
กรุงศรีฯปรับแผนรับมือรัฐเพิ่มค่าต๋ง
กรุงศรีฯ เล็งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
กรุงศรีฯ เล็งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
เงินฝากออมทรัพย์กระแสรายวัน รักษาส่วนต่างดอกเบี้ยหลังถูกรีดเงินนำส่งเพิ่ม ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 11%
นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า นโยบายการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมนำส่งจากเงินฝากเพิ่มขึ้นจาก 0.4 % และการเรียกเก็บจากตั๋วบี/อี จากธนาคารพาณิชย์เพื่อเข้ากองทุนฟื้นฟูฯของรัฐบาล จะส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้ปรับตัวลดลง โดยคาดว่าส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารในปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 4.4 % จาก 4.5 % ในปีที่ผ่านมา
“ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยต้องจ่ายเงินนำส่งในอัตรา 0.4 % ซึ่งค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หากมีการเก็บเพิ่มอีกจะทำให้ธนาคารไทยมีต้นทุนสูงกว่าธนาคารในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งตอนนี้เรายังไม่รู้รายละเอียดว่าจะเก็บเพิ่มเท่าใด แต่การปรับควรอยู่ในระดับที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันทั้งแบงก์พาณิชย์และแบงก์รัฐ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขัน” นายมาร์ค กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เตรียมแผนธุรกิจเพื่อรับมือกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเพิ่มการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกับธนาคารพาณิชย์เอาไว้แล้ว โดยในปีนี้ธนาคารจะหันมาเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมให้สูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 33% นอกจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 45% เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีสัดส่วนตั๋วบี/อี อยู่ที่ 20% ของฐานเงินฝาก
ขณะที่สินเชื่อตั้งเป้าการเติบโตเอาไว้ที่ 11% แบ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยจะเติบโตขึ้น 12-15% สินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตขึ้น 10-12.5% และสินเชื่อรายใหญ่จะเติบโตขึ้น 57.5% โดยยังคงเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเอสเอ็มอี เพื่อรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ยอมรับว่าธนาคารมีความสนใจและอยู่ระหว่างมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ในทุกธุรกิจ แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับข่าวการเข้าซื้อธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารเอชเอสบีซี







