
BANPUตั้งเป้ารายได้โต 20%
บ้านปู ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15-20% ยอดขายถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็น 46 ล้านตัน ราคาขายดีกว่าปีก่อน
บ้านปู ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15-20% ยอดขายถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็น 46 ล้านตัน ราคาขายดีกว่าปีก่อน
นางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท บ้านปู(BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโต 15-20% จากปี 2554 ที่มีรายได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่กำไรสุทธิอาจลดลงจากปีก่อน เนื่องจากในปี 2554 บริษัทมีกำไรพิเศษจากการขายเหมืองต้าหนิงจำนวน 6,300 ล้านบาท ขณะที่ในปีนี้คงไม่มีการขายเหมืองเพิ่มเติมอีก อย่างไรก็ตามมั่นใจว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงเติบโตขึ้นจากปีก่อน
"รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากปริมาณการขายถ่านหินสูงที่ขึ้นเป็น 46 ล้านตัน แบ่งเป็นถ่านหินจากเหมืองอินโดนีเซีย 27 ล้านตัน เหมืองออสเตรเลีย 16 ล้านตัน และเหมืองเกาเหอในประเทศจีน 3 ล้านตัน ขณะที่ปีก่อนบริษัทสามารถขายถ่านหินได้เพียง 40 ล้านตัน นอกจากนี้ราคาขายถ่านหินคาดว่าจะสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย โดยในปี 2554 ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยอยู่ที่ 97 เหรียญต่อตัน แต่ล่าสุดบริษัทขายถ่านหินล่วงหน้าไปแล้วประมาณ 40% ที่ราคาเฉลี่ยเกิน 100 เหรียญต่อตัน ขณะที่แนวโน้มราคาจากนี้ก็ยังดีตามความต้องการถ่านหินทั้งในญี่ปุ่นและจีนที่สูงขึ้น"นางสมฤดี กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ปรับปรุงและขยายกำลังผลิตของเหมืองในอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และมองโกเลีย โดยเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดเป็นหลัก แต่หากภาวะตลาดดีบริษัทอาจพิจารณาออกหุ้นกู้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้และชำระหนี้ที่ครบกำหนดในปีนี้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท
นางสมฤดี กล่าวว่า บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการซื้อเหมืองเพิ่ม ซึ่งขณะนี้ทีมงานพัฒนาธุรกิจของบริษัทกำลังพิจารณาอยู่ แต่จะซื้อได้หรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่แผนงานหลักในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ให้ดีขึ้นทั้งธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย รวมทั้งเหมืองในมองโกเลียที่บริษัทส่งทีมงานเข้าไปแล้วคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยจะมีกำลังผลิตประมาณ 3-5 ล้านตันต่อปี







