
ธีระชัยอัดซ่อนภาระด้วยวิธีแปรรูปอันตราย
ธีระชัยอัดซ่อนภาระด้วยวิธีแปรรูปอันตราย
ธีระชัยอัดซ่อนภาระด้วยวิธีแปรรูปอันตราย
“ธีระชัย” อำลาตำแหน่งขุนคลัง อัดยับแผนขายหุ้น ปตท.การบินไทย ให้วายุภักษ์ซุกซ่อนหนี้ หวั่นเข้าข่ายซ่อนหนี้สาธารณะของกรีซ
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังงานอำลาตำแหน่งว่า กรณีแนวคิดการแปรรูปบริษัท ปตท. และบริษัท การบินไทย ด้วยการขายหุ้นออกไปให้กองทุนวายุภักษ์นั้น จะต้องศึกษาให้รอบคอบและต้องฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน เพราะถ้าทำแล้วจะเกิดความกังวลว่า รัฐบาลกำลังจะซ่อนตัวเลขหนี้สาธารณะในลักษณะที่ใช้วิธีการแปรรูป ทั้งๆ ที่เนื้อหาทางเศรษฐกิจยังเป็นหนี้สาธารณะ ก็จะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขหนี้ได้
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการจะพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่ จะต้องยึดข้อเท็จจริงว่า เป็นหนี้ที่มีเนื้อหาทางเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งสำคัญกว่าการดูเพียงรูปแบบของการถือหุ้น หรือข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“จุดที่เห็นเป็นตัวอย่าง คือ กรณีของประเทศกรีซที่มีการนำหนี้สาธารณะไปซุกซ่อน เมื่อตลาดเกิดความไม่เชื่อมั่น ทำให้ความน่าเชื่อถือไม่ฟื้นตัวเร็ว ซึ่งหลักของการบันทึกบัญชีนั้น คือ การนำตัวเลขไปแสดง โดยยึดเนื้อหาเศรษฐกิจมากกว่าการถือหุ้น ถ้าพยายามทำในลักษณะนี้ ก็ไม่พลาด” นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า ตัวเองมาจากการเมือง ก็ต้องฟังการเมืองบ้าง แต่ในแง่การตัดสินใจนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตัวเอง บางครั้งอาจถูกใจหรือไม่ถูกใจ ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
สำหรับงานที่จะเดินไปข้างหน้านั้น นายธีระชัย กล่าวว่า เข้าใจว่า ข้าราชการได้เตรียมเสนอต่อ รมว.คลังคนใหม่แล้ว จึงไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง แต่สิ่งที่ รมว.คลังคนใหม่ควรให้ความสำคัญ เพื่อให้แน่ใจต่อการประสานความสัมพันธ์กับส่วนราชการ โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) จะต้องเป็นไปในลักษณะที่เหมาะสม และควรได้รับการกำกับในลักษณะที่ให้เกียรติ และรับฟังความเห็นรอบด้าน ซึ่งรวมถึงนักวิชาการด้วย
นายจุติ ไกรฤกษ์ สส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะ รมว.คลังเงา กล่าวว่า การใช้กองทุนวายุภักษ์ซื้อหุ้น ปตท.และการบินไทย เพื่อช่วยลดภาระหนี้สาธารณะลง 10% ของจีดีพีเพื่อเพิ่มเพดานขอกู้เงิน ขอให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ เพราะเงินในกองทุนวายุภักษ์นี้ไม่ใช่เงินส่วนตัวของใคร แต่เป็นเงินส่วนรวมของประเทศ วันนี้กระทรวงการคลังยังถือหุ้นใน ปตท.อยู่ 51.5% ผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นรวมกัน 48.5% จึงต้องตระหนักเสมอว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือคนไทยเจ้าของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นธรรมในการกำหนดราคาขายสินค้าน้ำมันและก๊าซ ที่ ปตท.ฟันผลกำไรมหาศาล อย่ามาเล่นกล







