
โยกหุ้นปตท.ซุกหนี้แน่
รองโต้งฯลั่นเอาแน่ในปีนี้ลดหนี้สาธารณะ
รองโต้งฯลั่นเอาแน่ในปีนี้ลดหนี้สาธารณะ
“กิตติรัตน์” เอาแน่ลุยขายหุ้น ปตท.การบินไทย ให้วายุภักษ์ภายในปีนี้ หวังลดหนี้สาธารณะ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะขายหุ้นบริษัท ปตท. และบริษัท การบินไทย เพื่อไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ จะทำให้เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจของทั้งสองบริษัท ร่วม 7 แสนล้านบาท ไม่ถูกนับเป็นหนี้สาธารณะ เพื่อแสดงให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นว่า จริงๆ แล้วหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม เรื่องการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งดังกล่าว ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำวันนี้ เดือนนี้ แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ภายในปีนี้ โดยจะเป็นการขายหุ้นให้กับกองทุนวายุภักษ์
“แม้ว่าตอนนี้หนี้สาธารณะของไทยจะอยู่ในระดับต่ำ 40% จากกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ก็อยากทำให้ต่างชาติเห็นว่าจริงๆ แล้ว หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ต่ำกว่านั้นอีก เพราะหนี้สาธารณะที่แท้จริงควรเกิดขึ้นจากการก่อหนี้ของรัฐบาลตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเป็นการก่อหนี้ตามการขาดดุลงบประมาณ” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า แม้ว่ามาตรฐานสากลให้นับหนี้ของรัฐวิสาหกิจเป็นหนี้สาธารณะ แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าหนี้สาธารณะควรนับแต่หนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อการขาดดุลงบประมาณ หรือการลงทุนเท่านั้น ส่วนหนี้ของรัฐวิสาหกิจไม่ควรรับเป็นหนี้สาธารณะ เพราะประเทศไทยมีรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก ไม่เหมือนต่างประเทศที่มีหนี้รัฐวิสาหกิจน้อย
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจมีหนี้ 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน 3.4 แสนล้านบาท และหนี้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันอีก 67 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปตท. บริษัท การบินไทย และบริษัท การท่าอากาศยานไทย
ส่วนการลดสัดส่วนการถือหุ้นรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องของนโยบาย หากกองทุนวายุภักษ์เข้าไปซื้อหุ้นของกระทรวงการคลังที่ถือในรัฐวิสาหกิจให้มีสัดส่วนต่ำกว่า 50% ก็จะทำให้หนี้สาธารณะลดลง แต่ก็ต้องพิจารณาในแง่กฎหมายประกอบด้วย
ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า กองทุนวายุภักษ์มีสภาพคล่อง 5 หมื่นล้านบาท และพร้อมที่จะเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท ปตท. และบริษัท การบินไทย แห่งละ 2% เพื่อให้เหลือสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถืออยู่ให้เหลือ 49% ก็ไม่ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ หากมีนโยบายสั่งการมาก็ทำได้







