posttoday
จับ จยย.13.5 ล้านคันทำพรบ.

จับ จยย.13.5 ล้านคันทำพรบ.

20 มกราคม 2555

ปี 2555 บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เดินแผนเชิงรุกดึงรถจักรยานยนต์ทำประกันภัย พ.ร.บ.ให้ได้ 13.5 ล้านคัน

ปี 2555 บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เดินแผนเชิงรุกดึงรถจักรยานยนต์ทำประกันภัย พ.ร.บ.ให้ได้ 13.5 ล้านคัน

เพิ่มขึ้น 1.11 แสนคัน เบี้ยรับรวม 4,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.45% จากปี 2554 เดินหน้ารณรงค์ลดอุบัติเหตุหวังคนตายต่ำกว่า 7,000 คนต่อปี

นภดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ ยืนยันภารกิจนี้เพื่อให้สังคมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ให้มากที่สุด และยังเป็นการช่วยลดงบประมาณของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง

เป้าหมายที่จะดึงรถจักรยานยนต์ 13.5 ล้านคัน เข้ามาทำประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย และไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าบริษัทประกันภัยทุกแห่งเลิกขายประกันรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ปี 2554 หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการปรับค่าสินไหมทดแทนตามประกัน พ.ร.บ.จาก 1 แสนบาท เป็น 2 แสนบาท และเพิ่มเงินชดเชยกรณีเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลวันละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน

เดิมค่าสินไหมทดแทนสูงเกิน 100% เมื่อเพิ่มค่าสินไหมทดแทนขึ้นเป็น 2 เท่า ทุกบริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทกลางฯ จึงมีมติให้บริษัทกลางฯ เป็นผู้รับประกันภัย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ แต่เพียงผู้เดียว ปี 2554 บริษัทกลางฯ จึงมีรถจักรยานยนต์ไหลมาทำประกันด้วยถึง 12.39 ล้านคัน เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยคันละ 300 บาท รวม 3,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2553

เหตุผลที่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเพิ่มรถจักรยานยนต์ให้ทำประกันภัยให้ได้ 13.5 ล้านคัน เพราะต้องไปดึงรถที่ไม่เสียภาษี ไม่ทำประกันภัยติดต่อกัน 3 ปี ที่ถูกตัดออกจากทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกซึ่งมีประมาณ 5 ล้านคัน เข้ามาทำประกันภัย ส่วนรถที่อยู่ในระบบเสียภาษีตามปกติที่ทำประกัน พ.ร.บ. 12.39 ล้านคัน ถือว่าเกือบครบ 100% แล้ว

กลยุทธ์การทำงานในปีนี้ จึงถูกกำหนดออกมาในเชิงรุกที่พนักงานและตัวแทนจะต้องทำงานหนักขึ้น ในการติดตามให้ลูกค้าเก่า 12.39 ล้านคัน ให้ทำประกัน พ.ร.บ.ต่อไป และต้องลงไปในพื้นที่เพื่อให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อกระตุ้นให้รถที่ไม่เคยทำประกันเลยเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 1.11 แสนคัน

ขณะเดียวกัน เตรียมยกระดับบริการหลังการขายให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแผนที่จะลงทุนในการพัฒนาระบบในปีนี้ประมาณ 10 ล้านบาท ในการเชื่อมต่อระบบออนไลน์ไปยังพนักงานที่จะไปประจำตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่ปีนี้จะเพิ่มเป็น 40 แห่ง

ในปีนี้ ขอบข่ายการทำงานของพนักงานที่ไปประจำตามโรงพยาบาลจึงมากขึ้น จากเดิมรับคำร้องขอสินไหมทดแทน และดำเนินเรื่องจัดการสินไหม แต่ปีนี้จะให้สิทธิพนักงานอนุมัติสินไหมได้ทันที และจ่ายผ่านระบบธนาคารทางอินเทอร์เน็ต หรือ อีแบงกิง และทำหน้าที่ประสานงานกับบริษัทประกันภัยที่ผู้ประสบภัยทำประกันไว้

“เราไม่ได้ดูแลเฉพาะผู้ประสบภัยที่ทำประกัน พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์กับเราเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับคำร้อง และจัดการสินไหม พ.ร.บ.ให้กับบริษัทประกันภัยอื่นๆ ด้วย ทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลได้ทันท่วงที โรงพยาบาลก็ให้บริการผู้ป่วยได้อย่างไม่ต้องกังวล” นภดล กล่าว

ปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทกลางฯ ให้บริการแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่ซื้อประกัน พ.ร.บ.จักรยานยนต์กับบริษัท มาใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด 2.1 แสนราย และให้บริการแก่ลูกค้า พ.ร.บ.ของบริษัทประกันภัยอื่นๆ อีกกว่า 4 หมื่นราย จึงต้องการให้ระบบบริการสินไหมทดแทนเข้าถึงตัวลูกค้ามากที่สุดและเกิดความรวดเร็วที่สุด

ขณะที่ผู้เสียชีวิตในปีที่ผ่านมามีประมาณ 7,000 ราย ซึ่งจะได้รับการชดเชยค่าสินไหมทดแทน 2 แสนบาทต่อราย ถือว่าแนวโน้มการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์มีทิศทางที่ดีขึ้นจากเดิม 7060% ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 50% เมื่อเทียบกับอัตราการตายของผู้ประสบภัยจากรถประเภทอื่น ผลจากการรณรงค์ให้ใส่หมวก การขับขี่ปลอดภัย

“แต่ผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนสูงสุด 80% แต่อัตราการตายลดลง ซึ่งเป็นผลจากการรณรงค์การลดอุบัติเหตุที่ทำร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา วัด และการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจ” นภดล กล่าว

สำหรับค่าสินไหมทดแทนในปี 2554 ที่ผ่านมา ลดลงมาอยู่ที่ 95% ของเบี้ยที่ถือเป็นรายได้ 3,200 ล้านบาท จากปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 114% โดยเบี้ยประกันภัยทุก 100 บาทที่รับเข้ามา จะต้องจ่ายสินไหมคืนให้ผู้ประสบภัย 95 บาท ถือว่าแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทกลางฯ มีกำไรและอยู่ได้ลำพัง เพราะนำ 95% ไปรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกประมาณ 20% รวม 115% บริษัทกลางยังต้องตกอยู่ในสภาพขาดทุน

“เราไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร แต่เป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม ที่ต้องอาศัยเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยในฐานะผู้ถือหุ้น ปีละ 1,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยส่วนที่บริษัทขาดทุน และให้บริษัทมีสภาพคล่องในการบริหารจัดการสินไหม ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เป็นเงินกองทุน ซึ่งสิ้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีเงินกองทุน 800 ล้านบาท” นภดล กล่าว

ทั้งนี้ แม้ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ทั้งที่ทำประกัน พ.ร.บ.และไม่ได้ทำ จะได้รับสิทธิดูแลค่ารักษาพยาบาลตาม พ.ร.บ. แต่ถ้ามีประกันภัย พ.ร.บ.จะทำให้ได้รับสิทธิเต็มที่หากเสียชีวิตทำให้ครอบครัวมีทุนทรัพย์ในการปรับตัวรองรับชีวิตหลังกำลังหลักของครอบครัวจากไป ภารกิจดึงรถจักรยานยนต์ 13.5 ล้านคันให้ทำประกันภัย จึงเป็นหนึ่งในภารกิจเพื่อสังคมที่พนักงานของบริษัทกลางฯ ต้องทำให้ได้ และไปให้ถึงเป้าหมาย  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ