
การคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2554 (ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91)
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2554 (ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91)
โดย..สมชาย ชูเกตุ
มีวิธีการคิดคำนวณภาษีอยู่ 2 วิธี วิธีที่ 1 เป็นการคำนวณภาษีจากฐานเงินได้สุทธิ และวิธีที่ 2 เป็นการคำนวณภาษีจากจำนวนเงินได้พึงประเมิน ภาษีที่คำนวณได้ทั้งสองวิธีเป็นภาษีต้องชำระ และเมื่อยื่นแบบเสียภาษีประจำปีสามารถนำภาษีที่ได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ หรือภาษีที่ได้เสียไว้จากการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีภาษี (ภ.ง.ด. 94) หรือภาษีที่ได้เสียจากการยื่นแบบเสียภาษีล่วงหน้า (ภ.ง.ด. 93) มาหักออกจากภาษีต้องชำระได้
วิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สรุปได้ดังนี้
วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภทตามประมวลรัษฎากรที่ได้รับในปี 2554 หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ แล้วให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้จำนวนภาษีต้องชำระ ทั้งนี้เงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก จะได้รับยกเว้นภาษี การคำนวณภาษีวิธีนี้จะมีภาษีต้องชำระก็ต่อเมื่อมีเงินได้สุทธิเกินกว่า 1.5 แสนบาทขึ้นไป โดยเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 1.5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 10 เงินได้สุทธิที่เกินกว่า 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราร้อยละ 20 เงินได้สุทธิที่เกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 4 ล้านบาท อัตราร้อยละ 30 และเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป อัตราร้อยละ 37
วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 48 (2) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(8) แห่งประมวลรัษฎากรเกินกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป นำเงินได้พึงประเมิน (ยังไม่ได้หักรายจ่ายและค่าลดหย่อน) ที่ได้รับในปี 2554 ไปคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.50 ของเงินได้พึงประเมิน จะได้จำนวนภาษีต้องชำระ หากมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็ไม่ต้องคำนวณภาษีวิธีนี้ แต่ยังคงต้องนำเงินได้พึงประเมินไปคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 ซึ่งอาจจะมีภาษีต้องชำระหรือไม่ก็ได้
กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งวิธีที่ 1 และ 2 แล้วนำภาษีต้องชำระที่คำนวณได้มาเปรียบเทียบกัน วิธีใดคำนวณภาษีได้มากกว่าก็ให้ชำระภาษีวิธีนั้น สำหรับการยื่นแบบเสียภาษีให้ใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 (กรณีมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 เช่นเดียวกัน) ส่วนผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรเพียงอย่างเดียว ให้คำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 วิธีเดียวเท่านั้น การยื่นแบบเสียภาษีให้ใช้แบบ ภ.ง.ด. 91
กรณีภรรยามีเงินได้พึงประเมินและได้อยู่กินกับสามีครบตลอดปีภาษี 2554 ถ้าหากสามีมีเงินได้พึงประเมิน ไม่ว่าจะเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใดก็ตาม ให้นำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(8) แห่งประมวลรัษฎากรของภรรยาไปรวมคำนวณเสียภาษีในนามสามี ภรรยาจะแยกคำนวณภาษีได้เฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้างเท่านั้น หากสามีไม่มีเงินได้พึงประเมินใดๆ การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ยื่นในนามของภรรยา ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมิน
สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1)(8) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ละประเภทเงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ หากหักได้จะหักได้มากน้อยเท่าใด
สวัสดีครับ







