posttoday
บริษัทกลางฯเล็งดึงจยย.13.5 ล้านทำพรบ.

บริษัทกลางฯเล็งดึงจยย.13.5 ล้านทำพรบ.

19 มกราคม 2555

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยตั้งเป้าปี2555เตรียมดึงรถจักรยานยนต์ทำประกันภัยพรบ. 13.5 ล้านคัน

โดย...วารุณี อินวันนา

ปี 2555 บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เดินแผนเชิงรุกดึงรถจักรยานยนต์ทำประกันภัยพรบ.ให้ได้ 13.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1.11 แสนคัน เบี้ยรับรวม 4,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.45% จากปี 2554 เดินหน้ารณรงค์ลดอุบัติเหตุหวังคนตายต่ำกว่า 7,000คนต่อปี

นภดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ ยืนยันภาระกิจนี้เพื่อให้สังคมได้รับความคุ้มครองตามพรบ.ให้มากที่สุด และยังเป็นการช่วยลดงบประมาณของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง

เป้าหมายที่จะดึงรถจักรยานยนต์ 13.5 ล้านคัน เข้ามาทำประกันภัยภาคบังคับ หรือ พรบ. เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย และไม่ใช่เรื่องง่าย  แม้ว่า บริษัทประกันภัยทุกแห่งเลิกขายประกันรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ปี 2554 หลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) มีการปรับค่าสินไหมทดแทนตามประกันพรบ.จาก 1 แสนบาท เป็น 2 แสนบาท และเพิ่มเงินชดเชยกรณีเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลวันละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน

บริษัทกลางฯเล็งดึงจยย.13.5 ล้านทำพรบ.

เดิมค่าสินไหมทดแทนสูงเกิน 100% เมื่อเพิ่มค่าสินไหมทดแทนขึ้นเป็น 2 เท่า ทุกบริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทกลางฯจึงมีมติให้บริษัทกลางฯเป็นผู้รับประกันภัยพรบ.รถจักรยานยนต์แต่เพียงผู้เดียว ปี 2554 บริษัทกลางฯจึงมีรถจักรยานยนต์ไหลมาทำประกันด้วยถึง 12.39 ล้านคัน เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยคันละ 300 บาทรวม 3,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2553

เหตุผล ที่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเพิ่มรถจักรยานยนต์ให้ทำประกันภัยให้ได้ 13.5 ล้านคัน เพราะต้องไปดึงรถที่ไม่เสียภาษี ไม่ทำประกันภัยติดต่อกัน 3 ปี ที่ถูกตัดออกจากทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกซึ่งมีประมาณ 5 ล้านคัน เข้ามาทำประกันภัย ส่วนรถที่อยู่ในระบบเสียภาษีตามปกติที่ทำประกันพรบ. 12.39 ล้านคัน ถือว่าเกือบครบ 100% แล้ว

กลยุทธ์การทำงานในปีนี้ จึงถูกกำหนดออกมาในเชิงรุกที่พนักงานและตัวแทน จะต้องทำงานหนักขึ้น ในการติดตามให้ลูกค้าเก่า 12.39 ล้านคัน ให้ทำประกันพรบ.ต่อไป และ ต้องลงไปในพื้นที่เพื่อให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อกระตุ้นให้รถที่ไม่เคยทำประกันเลยเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 1.11 แสนคัน

ขณะเดียวกัน เตรียมยกระดับบริการหลังการขายให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแผนที่จะลงทุนในการพัฒนาระบบในปีนี้ประมาณ 10 ล้านบาท ในการเชื่อมต่อระบบออนไลน์ไปยังพนักงานที่จะไปประจำตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่ปีนี้จะเพิ่มเป็น 40 แห่ง

ในปีนี้ ขอบข่ายการทำงานของพนักงานที่ไปประจำตามโรงพยาบาลจึงมากขึ้น จากเดิมรับคำร้องขอสินไหมทดแทน และดำเนินเรื่องจัดการสินไหม แต่ปีนี้จะให้สิทธิพนักงานอนุมัติสินไหมได้ทันที และจ่ายผ่านระบบธนาคารทางอินเตอร์เน็ต หรือ อี-แบงก์กิ้ง และทำหน้าที่ประสานงานกับบริษัทประกันภัยที่ผู้ประสบภัยทำประกันไว้

“เราไม่ได้ดูแลเฉพาะผู้ประสบภัยที่ทำประกันพรบ.รถจักรยานยนต์กับเราเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับคำร้อง และจัดการสินไหมพรบ.ให้กับบริษัทประกันภัยอื่นๆ ด้วย ทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลได้ทันท่วงที โรงพยาบาลก็ให้บริการผู้ป่วยได้อย่างไม่ต้องกังวล”นภดล กล่าว

ปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทกลางฯ ให้บริการแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่ซื้อประกันพรบ.จักรยานยนต์กับบริษัท มาใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด 2.1 แสนราย และให้บริการแก่ลูกค้าพรบ.ของบริษัทประกันภัยอื่นๆ อีกกว่า 4 หมื่นราย จึงต้องการให้ระบบบริการสินไหมทดแทนเข้าถึงตัวลูกค้ามากที่สุดและเกิดความรวดเร็วที่สุด

ขณะที่ ผู้เสียชีวิตในปีที่ผ่านมามีประมาณ 7,000 ราย ซึ่งจะได้รับการชดเชยค่าสินไหมทดแทน 2 แสนบาทต่อราย ถือว่าแนวโน้มการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์มีทิศทางที่ดีขึ้นจากเดิม 70%-60% ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 50%เมื่อเทียบกับอัตราการตายของผู้ประสบภัยจากรถประเภทอื่น
“แต่ผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนสูงสุด 80% แต่อัตราการตายลดลง ซึ่งเป็นผลจากการรณรงค์การลดอุบัติเหตุที่ทำร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา วัด และการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจ”นภดล กล่าว

สำหรับ ค่าสินไหมทดแทนในปี 2554 ที่ผ่านมาลดลงมาอยู่ที่ 95% จากปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 114% โดยเบี้ยประกันภัยทุก 100 บาทที่รับเข้ามา จะต้องจ่ายสินไหมคืนให้ผู้ประสบภัย 95 บาท ถือว่าแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทกลางฯมีกำไรและอยู่ได้ลำพัง เพราะ 95% ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของบริษัทอีกประมาณ 20%

"เราไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร แต่เป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม ที่ต้องอาศัยเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยในฐานะผู้ถือหุ้น ปีละ 1,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยส่วนที่บริษัทขาดทุน และให้บริษัทมีสภาพคล่องในการบริหารจัดการสินไหม ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เป็นเงินกองทุน ซึ่งสิ้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีเงินกองทุน 800 ล้านบาท"นภดล กล่าว

ทั้งนี้ แม้ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ทั้งที่ทำประกันพรบ.และไม่ได้ทำ จะได้รับสิทธิดูแลค่ารักษาพยาบาลตามพรบ. แต่ถ้ามีประกันภัยพรบ.จะทำให้ได้รับสิทธิเต็มที่หากเสียชีวิตทำให้ครอบครัวมีทุนทรัพย์ในการปรับตัวรองรับชีวิตหลังกำลังหลักของครอบครัวจากไป ภาระกิจดึงรถจักรยานยนต์ 13.5 ล้านคันให้ทำประกันภัย จึงเป็นหนึ่งในภารกิจเพื่อสังคมที่พนักงานของบริษัทกลางฯต้องทำให้ได้ และไปให้ถึงเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ