
ตลท.มุ่งรีดต้นทุนเพิ่มรายได้สู้คู่แข่ง
ผลงานปีนี้ดีหรือแย่ลุ้นยุโรปแปรรูปตลาดฯเลื่อนไปยาว
ผลงานปีนี้ดีหรือแย่ลุ้นยุโรปแปรรูปตลาดฯเลื่อนไปยาว
ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้าหมายลดต้นทุนต่อรายได้แข่งกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ปีนี้ยังไม่แจ่มแบกค่าใช้จ่ายไอที
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 2554 อัตราต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ของตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 63% ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอยู่ที่ 72% และตั้งเป้าหมายว่าในอนาคตจะต้องอยู่ในระดับแข่งขันได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น มาเลเซีย ซึ่งอยู่ที่ 53% และสิงคโปร์อยู่ที่ 44%
อัตราส่วนดังกล่าวลดลงมาโดยตลอด จากปี 2551 อยู่สูงถึง 93% ปี 2552 อยู่ที่ 84% สาเหตุเนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนพนักงานได้ลดลง 150 คน ทำให้ต้นทุนพนักงานลดลง รวมถึงการควบคุมต้นทุนต่างๆ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายมีทิศทางเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมีสินค้าเพิ่มขึ้น และมีการขยายระยะเวลาซื้อขายในช่วงกลางคืน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อัตราต้นทุนต่อรายได้อาจไม่ได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2554 อาจเพียง 23% เท่านั้น เนื่องจากเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายของเงินลงทุนระบบไอที รวมถึงค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ ด้วย
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ คาดว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3.1-3.2 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นไม่มากจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพราะคาดว่าไตรมาส 12 นี้ ดัชนีหุ้นคงจะผันผวน ทำให้สภาพคล่องการซื้อขายไม่ดีนัก จะกลับมาดีขึ้นในครึ่งปีหลัง
ขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) จากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าใหม่ ปีนี้จำนวน 1.2 แสนล้านบาท และ บจ.ระดมทุนเพิ่มอีก 7.5 หมื่นล้านบาท และจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นเพิ่มเป็น 7.4-7.5 แสนบัญชี จากปัจจุบัน 6.8 แสนบัญชี และบัญชีซื้อขายอนุพันธ์เพิ่มเป็น 8 หมื่นบัญชี หรือเฉลี่ย 5.5-5.7 หมื่นสัญญาต่อวัน
“ในปี 2554 ยอมรับว่าเป้าหมายมาร์เก็ตแคปหุ้นเข้าใหม่ทำได้เพียง 6.2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งแสนล้านบาท เนื่องจากปัญหาน้ำท่วม และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เลื่อนการเสนอขาย สำหรับปีนี้ประเมินว่าปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้ตามเป้า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในยุโรปรุนแรงหรือไม่ ทำให้เม็ดเงินลงทุนไม่ไหลกลับมาลงทุนหุ้น และเศรษฐกิจจีนไม่ได้ขยายตัวสูง” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าว
สำหรับแผนแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ถูกกำหนดในแผนของตลาดปีนี้ เพราะนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้ส่งสัญญาณชัดเจน ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์เองไม่ได้หยุดนิ่ง โดยจะมีการปรับตัวไปก่อน ไม่จำเป็นต้องรอแผนแปรรูป







