posttoday
ชงโต้งผุดวายุภักษ์ลุยหุ้น

ชงโต้งผุดวายุภักษ์ลุยหุ้น

19 มกราคม 2555

สคร.วางกรอบ2แนวให้ตัดสิน ‘กิตติรัตน์’เน้นทำมากกว่าพูด

สคร.วางกรอบ2แนวให้ตัดสิน ‘กิตติรัตน์’เน้นทำมากกว่าพูด

สคร.รับลูก ซุกรัฐวิสาหกิจพร้อมเสนอให้ตั้งวายุภักษ์ลุยหุ้น กิตติรัตน์เครื่องร้อน แจงออกกฎหมายสร้างหนี้ 4 ฉบับ คุยนโยบายไม่เปลี่ยน เน้นทำมากกว่าพูด

นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ลดสัดส่วนการถือหุ้นบริษัท ปตท. และบริษัท การบินไทย โดยขายให้กับกองทุนวายุภักษ์เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ เพราะปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์มีสภาพคล่องเหลือจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ที่จะสามารถใช้เงินซื้อหุ้นได้อีกแห่งละประมาณ 2%

ทั้งนี้ แนวทางการขายหุ้นดังกล่าวของกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องทางเทคนิคเพื่อไม่ให้ทั้งสองบริษัทเป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ทำให้เงินกู้ของทั้งสองแห่งไม่ต้องนับเป็นหนี้สาธารณะ ทำให้รัฐบาลสามารถกู้เงินมาลงทุนเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐได้มากขึ้น

นายประสงค์ กล่าวว่า การลดสัดส่วนหุ้นลงมาของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งไม่เป็นปัญหาทำให้รัฐคุมนโยบายการดำเนินงานไม่ได้ เพราะในภาพรวมรัฐบาลก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ดี

ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ รมว.คลังคนใหม่ เกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการกองทุนวายุภักษ์ที่กำลังจะหมดอายุลงในปี 2557 โดยได้มีการศึกษาไว้ 2 แนวทาง แนวทางแรก ปล่อยให้กองทุนวายภักษ์ 1 ปิดตัวไปตามกำหนดระยะเวลา จากนั้นก็คืนเงินให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

แนวทางที่สอง จัดตั้งเป็นกองทุนเปิด และผลักดันให้เข้าดำเนินการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยในส่วนนี้ภายหลังจากเสนอให้ รมว.คลังคนใหม่พิจารณาแล้ว กระทรวงการคลังคงจะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตัดสินในอีกครั้งว่าจะเลือกดำเนินการในแนวทางใด

ปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นกว่า 3 แสนล้านบาท โดยหาก ครม.เลือกปิดตัวกองทุนก็จะต้องจัดสรรเม็ดเงินจากทรัพย์สินกองทุนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท คืนกลับแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ขณะที่เม็ดเงินอีก 2.3 แสนล้านบาท ก็จะต้องส่งเข้ากระทรวงการคลังต่อไป

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวยอมรับว่า สื่อมวลชนรายงานการปรับ ครม.ได้แม่นยำ 99% ซึ่งในส่วนตัวที่ได้ปรับให้นั่งเป็นรองนายกฯ และ รมว.คลัง ก็มีแผนเตรียมชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาเรื่องการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 4 ฉบับ ทั้งการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านล้านบาท การกู้เงินทำระบบบริหารน้ำ 3.5 แสนล้านบาท การกู้เงินตั้งกองทุนประกัน 5 หมื่นล้านบาท และการกู้เงินซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย 3 แสนล้านบาท

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายด้านการคลังจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทั้งนโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก การดูแลหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับกรอบความยั่งยืนทางการคลัง โดยการทำงานในฐานะ รมว.คลัง จะเน้นการปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมมากกว่าการพูด

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล