
รีดเงินจ่ายหนี้วุ่น‘ธปท.แบงก์’ดิ้น
สมาคมธนาคารไทยธปท. รุมแจง กมธ.แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ
สมาคมธนาคารไทยธปท. รุมแจง กมธ.แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ
ห่วงเก็บเงินธนาคารใช้หนี้กระทบความมั่นคงระบบสถาบันการเงิน ไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ได้เชิญผู้แทนสมาคมธนาคารไทยและผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปชี้แจงเกี่ยวกับการโอนหนี้ 1.14 ล้านล้านบาท ปรากฏว่ามีการซักถามในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมาก
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะตัวแทนสมาคมธนาคารไทย กล่าวชี้แจงกับกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ว่า การเรียกเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์เพื่อไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านล้านบาท หากเก็บในอัตราที่สูงและมากเกินไป จะทำให้การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์อ่อนแอ และเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จะทำให้ธนาคารพาณิชย์แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศไม่ได้
ปัจจุบันสถาบันคุ้มครองเงินฝากเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์ 0.4% ของเงินฝาก ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงแล้ว เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ เก็บ 0.2% ญี่ปุ่น 0.1% อินโดนีเซีย 0.1% และเวียดนาม 0.15% หากมีการเก็บเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนเพิ่ม กระทบกับลูกค้าของธนาคารทั้งผู้ฝากเงินและผู้ขอสินเชื่อไปด้วย
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์ไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เพิ่ม จะทำให้ไม่เป็นธรรมในระบบการแข่งขัน ธนาคารพาณิชย์สู้สถาบันการเงินของรัฐไม่ได้ เพราะไม่มีต้นทุน ถูกเรียกเก็บเงินไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ทำให้ระดมเงินฝากในอัตราดอกเบี้ยสูงและปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยที่ต่ำได้
ทั้งนี้ พบว่าเงินฝากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันทุกแห่ง 3 ล้านล้านบาท ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบอยู่ที่ 7 ล้านล้านบาท เงินฝากของสถาบันการเงินรัฐคิดเป็น 40% ของระบบธนาคารพาณิชย์ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยเฉพาะของธนาคารออมสินในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเงินฝากเพิ่มขึ้น 34 แสนล้านบาท เพราะมีมาตรฐานการทำธุรกิจที่ต่างและได้เปรียบกว่าธนาคารพาณิชย์ สามารถออกสลากระดมเงินฝากได้
ขณะที่นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายงานบริหาร ธปท. ได้ชี้แจงกรรมาธิการว่า การเรียกเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์มาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เพิ่มขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้สถาบันการเงินมีปัญหาต้นทุนเพิ่ม และส่งผ่านต่อไปให้ผู้บริโภคลูกค้าของธนาคาร
“ไม่มีใครยืนยันได้ว่าไม่มีผลกระทบ รัฐบาลก็รู้ว่ามีผลกระทบ แต่ตอนนี้จะทำอย่างไรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด” นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัย ยังกล่าวชี้แจงกับกรรมาธิการว่า ธปท. ไม่เกี่ยวข้องกับการออก พ.ร.ก.แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ตอนเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ทาง ธปท.ก็ไม่เห็นร่างกฎหมาย และตอนนี้ก็ยังไม่เห็น ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้องเก็บเงินจากสถาบันการเงินในอัตราเท่าไร
ด้านนายประวิช สารกิจปรีชา คณะกรรมการ (บอร์ด) กองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า การประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ ครั้งนี้ ยังไร้ข้อสรุปอัตราการเก็บเงินนำส่งเพื่อใช้หนี้ตามร่าง พ.ร.ก. เนื่องจาก ธปท.ก็ยังไม่ได้แจงรายละเอียด ดังนั้นบอร์ดจึงทำได้เพียงหารือถึงแนวทางการชำระหนี้อื่นๆ เพื่อจะได้นำไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังต่อไป







