
ซีซีพีรุกตลาดระบบก่อสร้างสำเร็จรูป
ซีซีพีเดินหน้ารุกตลาดระบบก่อสร้างสำเร็จรูป พรีคาสท์ ระบุความต้องการใช้พุ่ง หลังแรงงานภาคก่อสร้างขาดแคลน คาดปีนี้รายได้รวมอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท
ซีซีพีเดินหน้ารุกตลาดระบบก่อสร้างสำเร็จรูป พรีคาสท์ ระบุความต้องการใช้พุ่ง หลังแรงงานภาคก่อสร้างขาดแคลน คาดปีนี้รายได้รวมอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี หรือซีซีพี เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมาก ทั้งยังต้องจ่ายค่าแรงแพงขึ้น เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่หันไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมอื่นหรือทำงานโรงงาน ขณะที่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ฝนตกนอกฤดูกาลและยาวนานขึ้น ผู้รับเหมาไม่สามารถควบคุมระยะเวลาในการก่อสร้างได้ เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
ทั้งนี้ จากปัญหาข้างต้นส่งให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือเจ้าของโครงการหันมาใช้ชิ้นส่วนก่อนสร้างสำเร็จรูปหรือพรีคาสท์มากขึ้น พิจารณาได้จากยอดขายของบริษัท สินค้าประเภทพรีคาสท์เพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อ 5 ปีก่อนเป็น 60% ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทคอนกรีตผสมเสร็จ และมีแนวโน้มจะผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการนำระบบก่อสร้างพรีคาสท์ จะมาใช้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นและช่วยลดต้นทุนการผลิตและจำหน่ายได้เป็นอย่างดี จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้บริษัทหันมารุกตลาดระบบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น
“ในปีนี้เราจะขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวสูงทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยในปีนี้สัดส่วนงานภาคเอกชนจะอยู่ที่ 40% และรัฐบาลจะอยู่ที่ 60% จากปี 2554 งานเอกชนอยู่ที่ 30% รัฐบาลอยู่ที่ 70% ” นายชาคริตกล่าว
สำหรับโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จ.ชลบุรี ปัจจุบัน มีกำลังการผลิต 3 หมื่น-4 หมื่นคิว ต่อเดือน เน้นส่งมอบสินค้าให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่เข้าไปประมูลงานจากภาครัฐ ในสัดส่วน 50% ส่วนอีก 50% ที่เหลือเป็นการผลิตสินค้าให้กับโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในจังหวัดทางภาคตะวันออก และกทม.ส่วนแนวโน้มธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตในปี 2555 จะมีการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตลอดทั้งปี ทั้งนี้เป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ตามปริมาณงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา มีการรับงานประมูลในส่วนของงานซ่อมแซมฟื้นฟูเร่งด่วนภายหลังน้ำท่วมค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตามคาดว่าในปีนี้รายได้รวมของบริษัทฯ จะอยู่ที่ประมาณ 2,700-2,800 ล้านบาท มีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 15-20% จากปี 2554 ที่มีอัตราการเติบโต 11% ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ อยู่ที่ประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 18 เดือน







