posttoday
เร่งลดละเมิดซอฟต์แวร์ หวังอันดับ 1 ในเอเซีย

เร่งลดละเมิดซอฟต์แวร์ หวังอันดับ 1 ในเอเซีย

18 มกราคม 2555

ประเทศไทยติดอันดับเป็น 1 ในประเทศที่สหรัฐและอีกหลายประเทศจับตามองเป็นพิเศษ (Priority watch list)

ประเทศไทยติดอันดับเป็น 1 ในประเทศที่สหรัฐและอีกหลายประเทศจับตามองเป็นพิเศษ (Priority watch list)

หรือพีดับเบิลยูแอล เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะใน 3 เรื่องหลักที่เป็นประเด็น คือ ยารักษาโรค ซอฟต์แวร์และภาพยนตร์ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเสียสิทธิพิเศษด้านการส่งออกในหลายๆ เรื่อง และนี่เป็นเป้าหมายหลักตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา ที่ต้องการลดระดับลงมาให้ได้

เมื่อกล่าวถึงเรื่องการละเมิดแล้ว ในประเด็นยารักษาโรคอาจถือเป็นกรณียกเว้นเพราะเป็นความจำเป็น แต่ในเรื่องซอฟต์แวร์และภาพยนตร์เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่สามารถยอมได้

พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการและโฆษก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. กล่าวว่า บก.ปอศ. ได้เร่งดำเนินการเรื่องนี้มาตลอด และในปีนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ประเทศในเอเชีย ที่สามารถลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์

เร่งลดละเมิดซอฟต์แวร์ หวังอันดับ 1 ในเอเซีย

การผลักดันปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง จะใช้นโยบายแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวก่อนจะเข้าดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนหนึ่งเพื่อรณรงค์ให้เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง และช่วยไม่ให้ผู้ประกอบการไทยถูกจับดำเนินคดีแบบไม่ทันตั้งตัว

สำหรับเป้าหมายการเข้าตรวจจับโดยปีนี้ จะเน้นในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ในภาคผลิตและบริการกว่า 2,000 ราย ซึ่งตามสถิติเป็นกลุ่มที่มีการละเมิดมากที่สุด และเลือกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่น้ำท่วม ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องแน่ใจว่า การเข้าตรวจจับทุกครั้งต้องมีหมายศาล ถ้าไม่มีถือว่าไม่ใช่การตรวจที่ถูกต้อง

แนวทางหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาได้ คือ ภาคเอกชนต้องรวมตัวกัน อาจเป็นสภาหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด รวมกลุ่มผู้ประกอบการให้มีพลังต่อรองราคาซอฟต์แวร์ให้ถูกลง หรือหันไปใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทย

จากข้อมูลของ ปอศ. พบว่า ในปี 2554 มีบริษัทถูกดำเนินคดี 184 แห่ง แต่การเพิ่มขึ้น 16% ของบริษัทที่ถูกดำเนินคดี ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะมีการแจ้งเตือนและรณรงค์ที่ได้ผลดี ส่วนมูลค่าการละเมิดกว่า 538 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ปอศ. เน้นดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจรายใหญ่ที่มีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ ไม่ใช่จับกุมธุรกิจรายย่อย

“บริษัท 184 แห่งที่ถูกดำเนินคดี มีทั้งบริษัทไทยและต่างประเทศ และพบว่ามากกว่า 50 บริษัทมีสินทรัพย์หรือรายได้เกินกว่า 100 ล้านบาท สูงสุดกว่า 3,800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับต้นทุนการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายแล้วเป็นเรื่องเล็กมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับความเสียหายในทางธุรกิจและชื่อเสียงขององค์กร ถือว่าไม่คุ้มค่าเลย และองค์กรธุรกิจเหล่านี้คือกลุ่มที่ ปอศ. ต้องการพุ่งเป้าดำเนินคดีด้วย” พ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าว

ขณะที่อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทยอยู่ที่ 73% ซึ่ง ปอศ.มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในการลดอัตราการละเมิด ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาไทยเป็นรองฮ่องกง ประเทศเดียวเท่านั้น หากสามารถลดลงได้ 3% เหลือ 70% เชื่อว่าไทยจะขึ้นเป็นที่ 1 ได้

อย่างไรก็ตาม หากเร่งรัดจับกุมมากๆ ก็อาจจะเห็นอัตราการลดลงที่มากกว่านี้ แต่เป้าหมายไม่ใช่การจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น คือ ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายแบบค่อยเป็นค่อยไป หากบีบบังคับเกินไปจะทำให้ต้นทุนการผลิตในประเทศสูงขึ้น และกระทบกับความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการปราบปรามและการรณรงค์ต้องทำควบคู่กันไป

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ลดการละเมิดเพื่อให้สหรัฐและประเทศอื่นๆ ลดระดับการจับตามองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และต้องการเปลี่ยนให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่ส่งเสริมการลงทุนและการเติบโตด้านนวัตกรรม ไม่ใช่ประเทศที่ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล