
รีดแบงก์รายเดือนรัฐโอนงบเดิมไปใช้
มอบดาบ ธปท. รีดเงินสมทบเป็นรายเดือน แบงก์อ่วม พ.ร.ก.เปิดช่องรีดเงินเต็มที่
มอบดาบ ธปท. รีดเงินสมทบเป็นรายเดือน แบงก์อ่วม พ.ร.ก.เปิดช่องรีดเงินเต็มที่
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุลผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเร่งสรุปเก็บเงินจากสถาบันการเงินให้ชัดเจน เพราะกฎหมายให้อำนาจ ธปท.เต็มที่ โดยควรเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเป็นรายเดือน จากเดิมที่เก็บทุกครึ่งปี จะทำให้ได้เงินเข้ามาใช้หนี้เร็วและมากขึ้น เพราะการเก็บแบบเดิมทำให้สถาบันการเงินไล่เงินฝากออกจากธนาคารในช่วงที่ต้องจ่ายเงินสมทบ
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2556 จะไม่มีการตั้งงบประมาณมาชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินแล้ว ดังนั้น ธปท.ต้องดำเนินการเก็บเงินจากสถาบันการเงินมาชำระดอกเบี้ยของกองทุนฟื้นฟูฯ ปีละ 6.5 หมื่นล้านบาท จึงจะเพียงพอ เพราะหากไม่พอ จะทำให้รัฐบาลผิดชำระหนี้ได้
สำหรับงบประมาณปี 2555 ที่ตั้งงบชำระดอกเบี้ยและเงินต้นกองทุนฟื้นฟูฯ 6.5 หมื่นล้านบาทจะต้องดูข้อกฎหมายว่าหลังจากที่ พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้ เงินที่ตั้งไว้ยังสามารถชำระหนี้ได้ต่อไป ซึ่งหากมีเงินเหลือทางรัฐบาลสามารถที่จะโอนเงินดังกล่าวเข้างบกลางเพื่อนำไปใช้จ่ายด้านอื่นได้
ทั้งนี้ พ.ร.ก.โอนภาระหนี้ 1.14 ล้านล้านบาทของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น ได้เปิดทางให้ ธปท.สามารถเก็บเงินได้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด
มาตรการ 8 ของกฎหมายระบุไว้ว่า ให้ ธปท.เรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 1% ของฐานเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ในวรรค 2 ยังระบุว่า เพื่อให้การชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้พอ ธปท.สามารถเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มตามวิธีการและอัตราที่ ธปท.กำหนด โดยเมื่อรวมกับเรียกเก็บจากฐานเงินฝากข้างต้นจะต้องไม่เกิน 1% ของเงินที่ได้รับจากประชาชน







