
บลจ.ยูโอบีหวังเป้าโต20%
ปลื้มปี’54กองทุนรวมพุ่ง31% ส่งกองอสังหาฯซื้อตึกทองหล่อ
ปลื้มปี’54กองทุนรวมพุ่ง31% ส่งกองอสังหาฯซื้อตึกทองหล่อ
บลจ.ยูโอบี ตั้งเป้าโต 20% ส่งกองอสังหาริมทรัพย์ลงทุนเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ย่านทองหล่อ 2 ปีแรกผลตอบแทน 6.5% ต่อปี
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า ปี 2555 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(เอยูเอ็ม) เติบโตประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท หรือ 20% จากสิ้นปี 2554 อยู่ที่ 6.57 หมื่นล้านบาท
“ภาพรวมปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโต 22% จากสิ้นปี 2553 ซึ่งมีสินทรัพย์อยู่ที่ 5.38 หมื่นล้านบาท โดยธุรกิจกองทุนรวมของบริษัทยังโต 31% ขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมโตเพียง 2.48% เพราะธนาคารดึงเงินฝาก” นายวนา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลจากธนาคารยูโอบีช่วยขายกองทุนจึงมีเงินเข้ามาลงทุนกองทุนเปิดยูโอบี อินคัม เดลี่ เปิดซื้อขายทุกวันทำการ ลงทุนหุ้นกู้เอกชนและสถาบันการเงินคุณภาพดี ซึ่งเติบโต 2,725% จนมีขนาด 1.5 หมื่นล้านบาท จาก 531 ล้านบาท ในช่วงตั้งกองทุนเดือน ก.พ. 2554
สำหรับปี 2555 เป็นปีที่ธนาคารยูโอบีให้ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังจากเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจึงออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกช่วงที่ตลาดยังผันผวน
นายชัยวัฒน์ เดชมหันตกุล หัวหน้าฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ บลจ.ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์ยูโอบีฟรีโฮลด์ เอท ทองหล่อ (UOB8TF) เปิดขายระหว่างวันที่ 23 ม.ค.-3 ก.พ.นี้ ลงทุนแบบมีกรรมสิทธิ์ในอาคาร ดิ เอท ทองหล่อ เรสซิเดนเซส เงินทุนโครงการ 2,370 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ส่วนของร้านค้าปลีกและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รวม 137 ห้อง คาดผลตอบแทนใน 2 ปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 6.5% ต่อปี
“ช่วง 2 ปีแรกกองทุนจะได้รับค่าเช่าคงที่ 154.05 ล้านบาท และมีหลักประกันเงินสดวางในบัญชีกองทุน 140 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุน อีกทั้งกองทุนจะพิจารณาขายโครงการหากมีข้อเสนอซื้อในราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% หลังจากปีที่ 5 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงจากราคาที่ขยับต่อเนื่อง” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ปัจจุบันลูกค้าของโครงการเป็นชาวญี่ปุ่นประมาณ 70% โดยมีสัญญาเช่าระยะเวลา 1 ปี ในสัดส่วนประมาณ 60% สัญญาเช่าระยะเวลา 1-11 เดือน สัดส่วนประมาณ 20% ขณะที่คู่แข่งจับกลุ่มลูกค้าต่างชาติในย่านทองหล่อมีเพียง 2 ราย ซึ่งมีอัตราผู้เข้าพักเฉลี่ย 6 เดือนย้อนหลังที่ 90% เท่าๆ กับโครงการที่กองทุนจะซื้อ ทำให้การแข่งขันจึงแทบไม่มี







