
ก.ค.นี้เริ่มเก็บเงินนำส่งจากธนาคาร
‘ประสาร’อ้อมแอ้มรีด0.55% ไม่แตะธนาคารรัฐแต่ห้ามแข่ง
‘ประสาร’อ้อมแอ้มรีด0.55% ไม่แตะธนาคารรัฐแต่ห้ามแข่ง
ธปท.อ้อมแอ้มเพดานการเก็บเงินนำส่งจากธนาคารมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 0.55% เริ่มนำร่องใช้ ก.ค.นี้แน่
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ถึงตอนนี้ ธปท.ยังไม่ต้องการเปิดเผยอัตราการเก็บเงินนำส่งจากฐานเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
“ผมยอมรับว่าได้มีการพูดคุยตัวอย่างอัตราการเก็บเงินกับธนาคารพาณิชย์บ้างว่าจะรับได้หรือไม่อย่างไร เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปพิจารณาต่อไป แต่ไม่ต้องการเปิดเผยอัตราที่หารือ เพราะยังไม่มีการสรุปร่วมกัน เราก็ได้แจ้งตัวอย่างตัวเลขให้แบงก์เพื่อนำไปพิจารณา แต่ยังไม่สรุป คาดว่าแบงก์คงพิจารณาและแจ้งความเห็นกลับมาในสัปดาห์นี้” นายประสาร กล่าว
ทั้งนี้ หากมีการเริ่มเก็บเงินนำส่งจากธนาคารพาณิชย์ คงเริ่มเก็บตั้งแต่ฐานเงินฝากนับตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป จากปัจจุบันฐานเงินฝากทั้งระบบ 7.7 ล้านล้านบาท และตั๋วบี/อี ทั้งระบบที่มีอยู่ 2 ล้านล้านบาท
ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวจากบรรดาผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ว่า ธปท.จะเรียกเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์ในอัตรา 0.55% ของฐานเงินฝาก จากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ในอัตรา 0.4% แต่ต่ำกว่าเพดานของร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ตามนโยบายรัฐบาลที่เปิดทางให้สามารถจัดเก็บได้ถึง 1%
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ส่วนแนวทางการหารือกับ รมว.คลัง ในเรื่องการเก็บเงินนำส่งเพื่อใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ จากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐด้วยนั้น จากที่ได้หารือกับเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังบอกว่าคงทำไม่ได้ แต่กระทรวงการคลังรับปากว่าจะพยายามควบคุมนโยบายการทำงานของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐแทน โดยไม่ให้ธนาคารรัฐเหล่านี้มาทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่ เพื่อแข่งกับธนาคารพาณิชย์ และไม่ให้มีการมาระดมเงินฝากแข่งกับธนาคารพาณิชย์ด้วย จะได้ช่วยจำกัดการขยายตัวของเงินฝากในธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีกทางหนึ่ง เป็นการทดแทนการไม่เก็บเงินนำส่งจากธนาคารของรัฐแทน
“เราคงไม่เก็บเงินนำส่งจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐแล้ว แต่ใช้วิธีคุมนโยบายการทำธุรกิจไม่ให้แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์แทน ส่วนความกังวลที่ธนาคารพาณิชย์ห่วงว่า หากเก็บเงินนำส่งจากตั๋วเงินฝาก หรือตั๋วบี/อีด้วย อาจทำให้เงินจากตั๋วบี/อีไหลไปที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมากขึ้นนั้น เพราะถ้าเก็บเงินนำส่งจากตั๋วบี/อีด้วย อัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนของเงินฝากและตั๋วบี/อีคงไม่ต่างกัน” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว







