
ต่างชาติแห่ช็อปไทย
วิ่งหาข้อมูลหลังน้ำท่วมใหญ่กลต.สั่งตลาดฯรับมือยุโรป
วิ่งหาข้อมูลหลังน้ำท่วมใหญ่กลต.สั่งตลาดฯรับมือยุโรป
วิกฤตน้ำท่วมเป็นโอกาสตลาดหุ้นไทย บลจ.บัวหลวง ชี้ กองทุนต่างชาติเห็นไทยเป็นฮับ
นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง กล่าวว่า หลังเกิดมหาอุทกภัย เริ่มเห็นนักลงทุนต่างประเทศหลายรายหันมาให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยและบริษัทจดทะเบียนไทยมากขึ้น เพราะเห็นว่าประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านซัพพลายเชน
“ผู้จัดการกองทุนจากชิลีเข้ามาศึกษาข้อมูล รวมถึงผู้จัดการออสเตรเลียที่ไม่เคยลงทุนในไทยมาก่อนก็มา ทางละตินอเมริกา นักลงทุนสถาบัน บริษัทประกันชีวิต ให้ความสนใจ ถามข้อมูลมาทางเรา กองทุนบำเหน็จบำนาญของญี่ปุ่นจัดสรรเงินลงทุนมาอาเซียน 10% เพราะมองว่าเศรษฐกิจเอเชียสดใส รวมถึงผู้จัดการกองทุนของมหาวิทยาลัยสหรัฐก็จัดสรรเงินเข้าลงทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย” นายพีรพงศ์ กล่าว
สำหรับวิกฤตการณ์หนี้ของกลุ่มยุโรป ตลาดได้รับรู้มาพอสมควรแล้วในปี 2554 และนักลงทุนเริ่มไม่ค่อยกลัวปัญหาหนี้กรีซลุกลามแล้ว
ทางด้านนายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ได้หารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาหนี้ยุโรป โดยให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ดูแลระบบซื้อขายให้มีเสถียรภาพ และเตือนสตินักลงทุนไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป
ทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหายุโรปจะยืดเยื้อไปอีกระยะ เนื่องจากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ขณะที่ในปีนี้กลุ่มอียูมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอิตาลีที่มีหนี้ครบกำหนดชำระสูงถึง 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดได้
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยยังมีความแข็งแกร่งทางการเงิน มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ ผลประกอบการดีมาก น่าจะรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ และสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ดี
ผลจากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นของโลก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) หั่นอันดับเครดิตรวดเดียวของ 9 ชาติยุโรป กดดันการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเอเชียหลายแห่งรูดลงกว่า 1% ส่วนหุ้นไทยร่วงลงไปลึกสุด 9.81 จุด ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาปิดที่ 1,037.01 จุด ติดลบ 7.80 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายบางตา 13,759.73 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายออกเล็กน้อย 582 ล้านบาท
นักลงทุนแห่ทิ้งหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ทรุด 4 บาท หรือ 2.29% ปิดที่ 170.50 บาท มูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวัน 848 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดรอลุ้นคำสั่ง ศาลปกครองคุ้มครองชะลอขึ้นค่าก๊าซแอลพีจี-เอ็นจีวีหรือไม่
กรณีที่มีข่าวว่า บริษัท ปตท. (PTT) สนใจซื้อหุ้นบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จากธนาคารออมสินนั้น นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า PTT ได้มีการหารือในการซื้อหุ้น IRPC กับทางธนาคารออมสินเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้และพิจารณาความเหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้น
นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต.สั่งพักการปฏิบัติงานของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน 3 ราย เนื่องจากมีส่วนสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับกรณีการสร้างราคาหุ้นของบริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น (FOCUS) และหุ้นของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) ในช่วงปี 2551 โดยการสั่งพักมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2554
สำหรับผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่ถูกลงโทษ 3 คน คือ 1.นายขจรชัย งามวรโรจน์สกุล จาก บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) 2.นางกรองทอง ชลศรานนท์ จาก บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) 3.นายวิกรณ์ ไทยเจริญ บล.เกียรติ นาคิน







