
นมเปรี้ยวจ่อขยับราคา
หลังพาณิชย์ไม่ควบคุมสินค้า ซีพี-เมจิจัดทัพส่งออกสู่เออีซี
หลังพาณิชย์ไม่ควบคุมสินค้า ซีพี-เมจิจัดทัพส่งออกสู่เออีซี
ซีพี-เมจิ ลุ้นปรับราคานมเปรี้ยว หลังพาณิชย์ส่งสัญญาณเลิกควบคุม พร้อมจัดทัพธุรกิจใหม่ลุยต่างประเทศ หวังสัดส่วนส่งออกแตะ 30% ใน 4 ปี
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ ผู้ผลิตและจำหน่ายนมสดพาสเจอไรซ์ ภายใต้แบรนด์ “เมจิ” เปิดเผยว่า บริษัทอาจปรับราคาสินค้ากลุ่มนมเปรี้ยวตามต้นทุนการผลิตในภาพรวมที่ทยอยปรับขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท และเงินเดือนระดับปริญญาตรีอัตราใหม่เดือนละ 1.5 หมื่นบาท ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2555
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มปรับเงินเดือนอัตราใหม่ไปตั้งแต่เดือน ม.ค.เผื่อไว้ล่วงหน้า รวมเป็นจำนวนเงินหลายสิบล้านบาท เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น และอาจทำให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้านมในกลุ่มนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม (คัลเจอร์ โยเกิร์ต) หลังจากกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกการควบคุมราคาสินค้ากลุ่มนี้
พร้อมกันนี้ บริษัทยังวางแผนและระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรใหม่ เพื่อให้สอดรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพด้านต่างๆ เพื่อรองรับคู่แข่งจากต่างประเทศรายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดนมสดพาสเจอไรซ์ในอนาคต หลังจากที่กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางแผนทำตลาดนมสดพาสเจอไรซ์ ซีพี-เมจิ ไปยังตลาดใหม่ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รวมไปถึงในประเทศลาวและกัมพูชาเป็นต้น เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ จากก่อนหน้านี้บริษัททำตลาดสินค้าดังกล่าวในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีอัตราเติบโตรายได้เฉลี่ยราว 30% ในช่วง 10ปีที่ผ่านมา และมียอดขายอันดับ 1 ในตลาดนมสดพาสเจอไรซ์
สำหรับแผนขยายตลาดใหม่ดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนขยายโรงงานแห่งใหม่ของบริษัทที่ใช้งบลงทุนไปก่อนหน้านี้กว่า 2,000-3,000 ล้านบาท โดยพร้อมเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ในไตรมาสแรกปี 2556 ซึ่งจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้น บริษัทยังได้วางแผนเปิดศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) อีก 3 จุดใหม่ อาทิ ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในรูปแบบการเช่าพื้นที่ เพิ่มจากดีซีเดิมที่โรงงานใน จ.สระบุรี เพื่อกระจายสินค้าไปยังตลาดในภาคใต้และที่อื่นๆ ได้สะดวกขึ้น
ขณะที่ในปี 2555 บริษัทเตรียมใช้งบรวมกว่า 220 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการตลาด 200 ล้านบาท และไอที 20 ล้านบาท เพื่อพัฒนาการทำตลาดและระบบการขายผ่านเครือข่าย โดยปัจจุบันตลาดนมสดพาสเจอไรซ์มีมูลค่ารวมกว่า 4,300 ล้านบาท โดย ซีพีเมจิ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนกว่า 52% และมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 20% พร้อมวางเป้าหมายภายใน 3-4 ปี จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 30%







