
ธปท.ชี้พิมพ์ธนบัตรเพิ่ม12%
ความต้องการใช้-เงินเฟ้อเพิ่ม เหตุคนใช้เงินสดซ่อมแซมบ้าน
ความต้องการใช้-เงินเฟ้อเพิ่ม เหตุคนใช้เงินสดซ่อมแซมบ้าน
ธปท.เผยปริมาณธนบัตรปีนี้เพิ่ม 11-12% ตามความต้องการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่การปลอมธนบัตรลดต่ำลง
นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารจัดการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มูลค่าธนบัตรหรือเงินสดหมุนเวียนในระบบในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้น 11-12% เมื่อเทียบกับปริมาณธนบัตรหมุนเวียนในระบบในปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปริมาณเงินสดต้องเพิ่มขึ้นทุกปีตามความต้องการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยปีนี้ผลจากความต้องการใช้จ่ายเงินในการฟื้นฟูหลังน้ำลด การลงทุนซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และการลงทุนในภาคธุรกิจ การจ้างงาน
“ปีนี้เงินสดในระบบน่าจะโตเพิ่ม 11-12% ซึ่งหมายถึงว่าจำนวนธนบัตรอาจจะเพิ่ม 2-3 หมื่นฉบับต่อปี” นายวรพร กล่าว
นายวรพร กล่าวว่า แม้ว่าปริมาณธนบัตรจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่พบอัตราการปลอมธนบัตรต่อมาเพียง 1-2 ฉบับต่อธนบัตรหมุนเวียน 1 ล้านฉบับ ซึ่งปัญหาการปลอมแปลงธนบัตรลดลงต่อเนื่องจากเดิมที่มีการปลอมเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 ฉบับต่อธนบัตรหมุนเวียน 1 ล้านฉบับ ถือว่าอัตราการปลอมอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตสูงขึ้นมากป้องกันการปลอมแปลงได้ดีขึ้น ที่สำคัญเทคโนโลยีการผลิตก็ทำให้ผู้บริโภคสังเกตลักษณะได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการปราบปรามอย่างต่อเนื่องด้วย
ทั้งนี้ ธปท.รายงานเงินสดที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ล่าสุดในเดือน พ.ย. 2554 มีจำนวน 1,169,785 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเหรียญกษาปณ์ที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 47,326 ล้านบาท และเป็นธนบัตรที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1,122,459 ล้านบาท
ในจำนวนนี้แบ่งเป็นธนบัตรนอกฝ่ายจัดการธนบัตร 1,299,485 ล้านบาท และแบ่งเป็นธนบัตรชนิดราคา 5 แสนบาท จำนวน 117 ล้านบาท
ธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท จำนวน 1,029,678 ล้านบาท ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท จำนวน 119,754 ล้านบาท
ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท จำนวน 108,339 ล้านบาท ธนบัตรชนิดราคา 60 บาท จำนวน 1,172 ล้านบาท
ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท จำนวน 9,821 ล้านบาท และธนบัตรชนิดราคา 20 บาท อีกจำนวน 26,936 ล้านบาท







