
รถ-เรือแห่ขอขึ้นค่าโดยสารชี้ดีเซล30
คมนาคมยันภายในม.ค.ยังไม่ปรับรอพิจารณา/เอ็นจีโอยื่นศาลขอคุ้มครองขยับเอ็นจีวี16ม.ค.
คมนาคมยันภายในม.ค.ยังไม่ปรับรอพิจารณา/เอ็นจีโอยื่นศาลขอคุ้มครองขยับเอ็นจีวี16ม.ค.
บ.ข.ส.รถร่วม บ.ข.ส.เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฝาก จ่อขึ้นค่าโดยสาร อ้างดีเซลทะลุ 30 บาท ด้านขสมก.รถร่วมขสมก.รถบรรทุก ยังตรึงค่าโดยสาร เหตุใช้เอ็นจีวีมากกว่า
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) รถร่วม บ.ข.ส. เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือข้ามฝาก เตรียมขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มกว่าลิตรละ 30 บาท ขณะที่รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถร่วม ขสมก.และรถบรรทุกยังตรึงราคาค่าโดยสาร
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ข.ส. เปิดเผยถึงผลกระทบจากดีเซลวันที่ 16 ม.ค. จะปรับขึ้นเป็นลิตรละ 31.09 บาท ว่า หากดีเซลขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารรถ บ.ข.ส. เนื่องจากรถโดยสารใช้ดีเซล ไม่ได้เปลี่ยนใช้ก๊าซเอ็นจีวี โดย บ.ข.ส.จะขอดูราคาน้ำมันดีเซลที่จะปรับเพิ่มขึ้นว่าอยู่ที่เท่าใด ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณาค่าโดยสารที่สอดคล้องกับต้นทุนต่อไป
นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร กล่าวหลังมาหารือร่วมกับ พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ว่า มาขอรับทราบนโยบายที่จะขอปรับค่าโดยสาร เนื่องจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้าตนจะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วม บ.ข.ส. พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้อง ขอปรับค่าโดยสารให้กระทรวงคมนาคม คาดว่าจะปรับ 3–6 สตางค์ต่อกิโลเมตร เนื่องจากค่าโดยสารที่ปรับครั้งล่าสุด เทียบจากดีเซลลิตรละ 24 บาท
น.ท.ปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา กล่าวว่า เตรียมเสนอเรื่องขอปรับราคาค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา ระยะทางละ 2 บาท และเรือข้ามฟากอีก 0.50 บาท ต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าโดยสารเรือของกรมเจ้าท่า ภายในเดือน ก.พ.นี้ เนื่องจากต้นทุนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะต้นทุนหลักจากดีเซลมีแนวโน้มปรับขึ้นถึงลิตรละ 32 บาท ซึ่งเป็นกรอบราคาน้ำมันที่สามารถขอปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่ได้ รวมทั้งค่าจ้างที่จะปรับขึ้นในวันที่ 1 เม.ย.นี้ จากวันละ 215 บาท เป็น 300 บาท
“แม้ว่าราคาน้ำมันดีเซลในวันที่ 16 ม.ค. นี้ จะปรับอยู่ที่ลิตรละ 31 บาท ไม่ถึงลิตรละ 32 บาท ซึ่งตามเกณฑ์จะต้องปรับราคาค่าโดยสาร แต่บริษัทต้องทำหนังสือขอปรับขึ้นราคาไปก่อน เพราะเห็นว่าคณะกรรมการฯ ต้องใช้เวลาพิจารณาระยะหนึ่ง คาดว่ากว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จราคาน้ำมันดีเซลก็คงเกินลิตรละ 32 บาทแล้ว แต่หากราคาน้ำมันดีเซลยังยืนราคาที่ลิตรละ 31 บาท ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร” น.ท.ปริญญา กล่าว
นายชวลิต เมธยะประภาส นายกสมาคมเรือไทย และผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ กล่าวว่า หากราคาน้ำมันดีเซล ยังไม่ถึงราคาลิตรละ 32 บาท ผู้ประกอบการเรือคลองแสนแสบ จะไม่เสนอขอปรับราคาค่าโดยสารอย่างแน่นอน เพราะยังไม่ถึงกรอบราคาที่คณะกรรมการพิจารณาค่าโดยสารเรือกำหนด แต่หากราคาน้ำมันดีเซลถึงลิตรละ 32 บาท สมาคมฯ จะประชุมร่วมกับสมาชิก เพื่อยื่นขอเสนอให้คณะกรรมการฯ ต่อไป
นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ตามหลักการหากราคาน้ำมันดีเซลปรับราคาขึ้นเป็นลิตรละ 30.49 บาท ขสมก.ก็ต้องปรับขึ้นราคาค่าโดยสารด้วย แต่เพราะรัฐบาลให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ หรือพีเอสโอ ขสมก.จึงจะไม่ขอปรับราคาค่าโดยสาร และจะไม่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาในช่วงนี้
นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. จะไม่เคลื่อนไหวหรือขอปรับขึ้นค่าโดยสารจากการที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นราคา เนื่องจากรถโดยสารทั้งหมดได้เปลี่ยนใช้ก๊าซเอ็นจีวีแล้ว คงรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมของกระทรวงพลังงาน ที่จะพิจารณาต้นทุนราคาก๊าซเอ็นจีวีซึ่งจะสรุปภายใน 4 เดือน
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้น แต่ผู้ประกอบการรถบรรทุกยังจะไม่ปรับค่าขนส่งในช่วงนี้ โดยจะรอดูว่าราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มสูงขึ้นเท่าไร แต่หากกรมสรรพสามิตปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตราคาน้ำมัน คาดว่าไม่เกินกลางปีนี้ จะต้องปรับราคาขนส่งสินค้าอย่างแน่นอน โดยยืนยันว่าการปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง จะคำนึงถึงผลกระทบต่อต้นทุนที่แท้จริง
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ภายในเดือน ม.ค.นี้ คาดว่ายังไม่มีการปรับค่าโดยสารภาคการขนส่งทั้งหมด ทางผู้ประกอบการจะกลับไปหารือและยื่นข้อเสนอมาอีกครั้ง ส่วนของผู้ประกอบการถโดยสารก็จะต้องกลับไปหารือและยื่นเงื่อนไขข้อเสนอมาอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องพิจารณาตามหลักการและเหตุผล ความจำเป็น จากข้อเท็จจริง หากจำเป็นต้องให้ปรับราคา ก็ต้องปรับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับประชาชนรวม 4 ราย ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รมว.พลังงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ บริษัท ปตท. ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติ ครม.และมติ กพช. ที่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.นี้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย
พร้อมกันนี้ยังขอศาลมีคำสั่งให้เปิดเผยต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากมีการอ้างต้นทุนสูงขึ้นทั้งที่ความจริงเป็นผลมาจากการบริหารงานโดยไร้ประสิทธิภาพ และขอให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคทุกส่วนที่ได้รับผลกระทบเพื่อประกอบการตัดสินใจ







