
ห้ามแย่งเงินฝาก-ลูกค้า
ขุนคลังทำพิลึกอุ้มแบงก์เอกชนกลัวคนแห่ใช้เลิกวัดจากกำไร
ขุนคลังทำพิลึกอุ้มแบงก์เอกชนกลัวคนแห่ใช้เลิกวัดจากกำไร
ขุนคลังทำพิลึกสั่งแบงก์รัฐหยุดแย่งลูกค้าแบงก์พาณิชย์ ห้ามปล่อยกู้รายใหญ่หยุดแย่งเงินฝาก
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นโยบายสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมด ไม่ให้ปล่อยกู้แก่ลูกค้ารายใหญ่ โดยให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจะเน้นการปล่อยกู้ตามกฎหมายที่เป็นลูกค้ารายย่อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะมีการผ่อนปรนให้ปล่อยกู้แก่ลูกค้ารายเก่าที่เป็นลูกค้าเดิมเท่านั้น เพราะถือว่ามีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่แล้ว แต่ลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นรายใหม่นั้นจะไม่ให้ปล่อยกู้อีกต่อไป
“สาเหตุที่ไม่ต้องการให้ปล่อยกู้กลุ่มนี้ เพราะหากธนาคารรัฐไปปล่อยกู้รายใหญ่ ก็จะทำให้ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ไหลมากู้กับธนาคารรัฐหมด” นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัย กล่าวว่า หลังจากที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐไม่ต้องปล่อยกู้รายใหญ่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปแข่งขันเพื่อแย่งลูกค้าเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์อีก
นายอำนวย ปรีมนวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง กรรมการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารได้ทำหนังสือขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่อนผันปล่อยกู้รายใหญ่ได้ เช่น บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ กลุ่มสหกรณ์ต่างๆ และลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นลูกค้าเดิม โดยปัจจุบันธนาคารออมสินมียอดสินเชื่อรายใหญ่อยู่ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จากยอดสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 1.3 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก
ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มติให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้แก่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อนำไปสร้างเขื่อนกั้นน้ำท่วมในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.01% คงที่เป็นเวลานาน 7 ปี
ทั้งนี้ มาตรการจัดระเบียบธนาคารรัฐสั่งห้ามปล่อยกู้รายใหญ่แข่งกับธนาคารพาณิชย์ของ รมว.คลัง เกิดขึ้นภายหลังจากการหารือกับผู้แทนธนาคารโลกและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งธนาคารโลกมีความเป็นห่วงว่าการที่ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์จะทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างภาระการคลังในอนาคต
นอกจากนี้ นายธีระชัยยังมีนโยบายอีกว่า นับจากนี้จะไม่มีนโยบายสร้างกำไรมาเป็นตัววัดผลการทำงานของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จึงต้องการหยุดปล่อยสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่แข่งกับธนาคารพาณิชย์ แต่ให้หันไปทำธุรกิจเพื่อประชาชนรายย่อยแทน
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นโยบายของนายธีระชัยสร้างความสับสนให้กับกรรมการและผู้บริหารสถาบันการเงินของรัฐ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลต้องการใช้ธนาคารของรัฐเป็นแขนขาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในยามที่ระบบการเงินชะงัก หรือนโยบายของรัฐบาลไม่สามารถบรรลุผลจากกลไกการเงินปกติ จึงทำให้ธนาคารรัฐเข้าไปปล่อยกู้ในโครงการขนาดใหญ่หลายแห่ง







