posttoday
น้ำท่วม-รถคันแรกหนุน ตลาดพ่นสีรถยนต์รุ่ง

น้ำท่วม-รถคันแรกหนุน ตลาดพ่นสีรถยนต์รุ่ง

13 มกราคม 2555

แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

จะส่งผลกระทบในวงกว้างกับหลากหลายธุรกิจ แต่หลังน้ำลดก็มีอีกหลายธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ อย่างธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ แม้ไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนจะได้รับผลกระทบ แต่พอเข้าไตรมาสแรกของปีนี้ยอดกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สิทธิศักดิ์ อนันตประยูร ผู้บริหารธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคกลาง ทำให้ตลาดสีพ่นซ่อมรถยนต์หดตัวลงถึง 30% ซึ่งทำให้ภาพรวมตลาดทั้งปีในปี 2554 ที่ผ่านมา ธุรกิจพ่นสีซ่อมรถยนต์ขยายตัว 23% หรือมีมูลค่า 4,500 ล้านบาท จากปกติจะมีอัตราการเติบโตปีละ 78%

อย่างไรก็ตาม เพียงครึ่งแรกของเดือน ม.ค. 2555 กลับมียอดสั่งซื้อสีพ่นซ่อมรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่า อู่ซ่อมรถยนต์ได้สต๊อกสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังน้ำท่วม หลังจากที่ธุรกิจอู่ซ่อมสีรถยนต์ได้หยุดไปนับตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่เป็นตลาดหลักที่มีสัดส่วนกว่า 50%

ผู้บริหารดูปองท์ มองว่า ธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์จะได้อานิสงส์อย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ภาพรวมทั้งปีของธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์คาดว่าจะเติบโต 6-10% จากมูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท

“ขณะนี้รถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม สำหรับที่ซ่อมได้ ผู้บริโภคจะมุ่งไปที่การซ่อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์ภายในเป็นหลัก ส่วนสีหากไม่ได้ดูแย่มาก เชื่อว่าผู้บริโภคอาจรอไปก่อน หรือใช้วิธีเคลือบแล็กเกอร์แทน เพราะหากจะทำสีรถทั้งคัน มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท”

สำหรับผลต่อเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ตลาดสีพ่นซ่อมรถยนต์เติบโตดีขึ้น แต่ปัจจัยหลักที่จะช่วยกระตุ้นอีกประการหนึ่ง คือ โครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ที่จะเพิ่มปริมาณรถใหม่มากขึ้นในตลาด ซึ่งปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีรถใหม่ออกสู่ตลาดมากกว่า 9 แสนคัน หากรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการนี้จะส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เติบโตมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ อานิสงส์ของธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์จะมาจากปัจจัยการปรับตัวของค่ายรถยนต์ ที่เน้นขยายศูนย์บริการมากขึ้นและเพิ่มแผนกสีพ่นซ่อมรถยนต์ เพื่อดึงลูกค้าให้มาใช้บริการที่ศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในบริการลูกค้า ซึ่งเชื่อว่าในส่วนของบริการหลังการขายจะกลายเป็นรายได้หลักให้กับศูนย์บริการรถยนต์ในอนาคต

มนตรี ค้ำโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ธุรกิจสีพ่นรถยนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจำนวนอู่ซ่อมรถยนต์ในประเทศไทยมีประมาณ 6,000 แห่ง เป็นอู่ซ่อมรถที่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้อง 3,000 แห่ง ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ อู่ซ่อมรถระดับบน อาทิ ศูนย์บริการของรถยนต์ค่ายต่างๆ อู่ซ่อมระดับกลาง ที่มีแรงงานได้มาตรฐาน แต่มีอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน และกลุ่ม 3 คือ อู่ซ่อมรถแบบประหยัด

ปัจจุบันอู่ซ่อมรถระดับบนและกลาง มีส่วนแบ่งตลาด 60% ที่เหลือเป็นอู่แบบประหยัดซึ่งค่อยๆ หดตัวลง เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใช้บริการอู่ที่มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ในประเทศไทยที่ยังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้อัตราการซ่อมสีรถยนต์จะลดลงตามการรณรงค์เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัย

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของดูปองท์ในประเทศไทย จะเน้นขยายจุดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น สร้างระบบจำหน่ายแบบขายเฉพาะสินค้าของดูปองท์เพียงอย่างเดียว (Single Line) การขยายศูนย์ฝึกอบรมให้ครบ 4 ภาค จากเดิมมีที่ กทม. เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ และขยายศูนย์บริการมาตรฐานดูปองท์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จาก 25 เป็น 50 แห่งในปีนี้

ขณะที่ในแง่สินค้า ปีนี้บริษัทจะเน้นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ สีระบบน้ำ ซึ่งหลายประเทศในยุโรปมีกฎหมายบังคับให้ต้องใช้สีระบบน้ำสำหรับรถยนต์ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ด้วยกระแสการตื่นตัวเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้สีระบบน้ำมากขึ้น ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 15% ของตลาดรวม

นอกจากนี้ ยังเพิ่มแม่สีกลุ่มใหม่ๆ ตามแนวโน้มของตลาดสีรถยนต์โลก ซึ่งปีนี้เทรนด์สีขาวและเงินมาแรง และยังมีสินค้ากลุ่มแล็กเกอร์เคลือบสีรถยนต์ที่แห้งเร็ว ถือเป็นการพัฒนาสินค้ารองรับกับการขาดแคลนแรงงานในส่วนของอู่ซ่อมสีพ่นรถยนต์

สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตเป็นเลข 2 หลัก หรือไม่ต่ำกว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์โดยรวมที่คาดว่าจะเติบโต 6-10% จากมูลค่าตลาดรวม 4,500 ล้านบาท นอกจากนี้จะบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังมากขึ้น อาทิ พม่า กัมพูชา และลาว เพราะเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตเช่นเดียวกัน 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท