posttoday
การเยียวยาซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม

การเยียวยาซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม

12 มกราคม 2555

หลังจากน้ำท่วมมีการปิดถนน เช่น ที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพราะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

หลังจากน้ำท่วมมีการปิดถนน เช่น ที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพราะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

โดย..เดชา กิตติวิทยานันท์

นอกจากนี้ เจ้าของบ้านที่ถูกน้ำท่วมยังต้องเผชิญกับวิบากกรรมจากผู้รับเหมาที่จะเอารัดเอาเปรียบในการทำสัญญาซ่อมแซมบ้าน ทนายคลายทุกข์ได้รับเรื่องร้องเรียนมา จึงขอนำเสนอเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐ และการหาช่างมาซ่อมแซมบ้าน ควรจะปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

1.มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วมบ้านของภาครัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีผู้ประสบภัย บ้านเสียหายทั้งหลัง เป็นเงิน 3 หมื่นบาท ดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีผู้ประสบภัย บ้านเสียหายบางส่วน เป็นเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ดูแลผู้ประสบภัยสูญเสียอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้เป็นไปตามระเบียบราชการ

มาตรการช่วยเหลือภายหลังน้ำลด และการช่วยเหลือระยะยาว โดยบริการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยที่เสียหาย และสนับสนุนงบประมาณซ่อมบ้านให้ผู้สูงอายุ จำนวน 1 หมื่นบาท บ้านผู้พิการ จำนวน 2 หมื่นบาท

2.หลักเกณฑ์ลดภาษีซ่อม “บ้านรถโดนน้ำท่วม”

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติในการชดเชยค่าซ่อมบ้านและซ่อมรถยนต์ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยโครงการนี้เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาตามที่รัฐบาลและจังหวัดได้มีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติต่างๆ

ทั้งนี้ ประชาชนที่เสียภาษีเงินได้บุคคล สามารถยื่นขอใช้สิทธิชดเชยค่าซ่อมแซมบ้านในรูปแบบของการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดหลังละไม่เกิน 1 แสนบาท และซ่อมแซมรถยนต์ไม่เกินคันละ 3 หมื่นบาท โดยการแนบใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการยื่นภาษี การชดเชยให้กับประชาชนในครั้งนี้จะไม่มีการชดเชยในรูปแบบของเงินสดแต่อย่างใด

บุญทรง กล่าวอีกว่า ถ้าประชาชนที่บ้านมีประกันและได้รับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันแล้ว ก็สามารถนำรายจ่ายที่เป็นส่วนต่างจากเงินสินไหมในการขอลดหย่อนภาษีได้ทั้งบ้านและรถเช่นกัน อาทิ ซ่อมบ้าน 1 แสนบาท ประกันชดเชย 5 หมื่นบาท สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 5 หมื่นบาท เป็นต้น

3.ข้อควรระวังในการจ้างผู้รับเหมาซ่อมแซมบ้าน สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ข้อควรระวังหรือข้อควรปฏิบัติมีดังต่อไปนี้

1.ควรเลือกผู้รับเหมาหรือช่างที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีบุคคลอ้างอิง ทำงานตามหลักวิชา มีความซื่อสัตย์สุจริต

2.การว่าจ้างต้องทำสัญญาว่าจ้างเป็นหนังสือ สาระสำคัญต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขและเงื่อนเวลา ค่าปรับ การยึดหน่วงสินจ้างและเครื่องมือสัมภาระต่างๆ ของผู้รับเหมา การหักเงินประกันผลงานในการจ่ายค่าจ้างแต่ละงวดร้อยละ 510 การรับรองคุณภาพหลังจากการส่งมอบงาน

3.การชำระเงินค่าสินจ้าง ถ้าเจ้าของบ้านไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ควรจะจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรงงาน ส่วนค่าวัสดุควรเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านเพื่อป้องกันการนำเงินไปหมุนและทิ้งงาน

4.ค่าจ้างทั้งหมดควรแบ่งจ่ายตามผลงาน และต้องมีการส่งมอบงานเป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่มีการแบ่งจ่ายเกี่ยวกับงานก่อสร้างหรือดูแบบแปลนไม่เป็น ควรหาที่ปรึกษาเป็นผู้คอยตรวจรับงาน

5.ถ้ากู้เงินจากธนาคารมาซ่อมบ้าน ควรให้ธนาคารเป็นผู้ตรวจรับงานแทน เพราะจะช่วยกลั่นกรองผลงานของผู้รับเหมาเป็นอย่างดี

6.หากผู้รับเหมาทำงานล่าช้าต้องบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และถ้าผู้รับเหมาทิ้งงาน ห้ามทำการก่อสร้างต่อ ควรกำหนดเวลาให้ผู้รับเหมาดำเนินการภายใน 715 วัน พร้อมถ่ายภาพสถานภาพงาน หลังจากนั้นควรว่าจ้างบุคคลภายนอกมาสำรวจประเมินความเสียหายก่อนว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่

7.หากทิ้งงานและมีความเสียหาย เจ้าของบ้านมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับเหมาทิ้งงานได้

สุดท้ายนี้ หากท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้รับเหมาเกี่ยวกับการซ่อมบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกฎหมาย สอบถามได้ที่ทนายคลายทุกข์ 029485700 หรือ www.decha.com ยินดีให้คำแนะนำโดยไม่คิดมูลค่า  

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี