
การลงทุนงึกๆงักๆรับศก.ฟื้น
ธปท.สั่งเกาะติด23เดือนเหตุกำลังผลิตต่ำเอกชนแหยงการเมือง
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. ยันส่งออกท่องเที่ยวดีขึ้น สั่งเกาะติดลงทุนเอกชนอีก 23 เดือนว่าฟื้นตัวหรือไม่ เพราะอยู่ในระดับต่ำมาก เหตุการเมืองกดดันหนักนายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ภาพรวมโดยเฉลี่ยเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การส่งออกและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ
ทั้งนี้ ภาคการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 31.4% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรเติบโตมากที่สุด โดยตลาดเอเชียและนิวซีแลนด์ขยายตัวสูงสุด
ขณะที่การนำเข้าในเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50.1% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เห็นชัดขึ้น
ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชียมากกว่านักท่องเที่ยวตะวันตก
ทั้งนี้ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมเป็นภาคที่ดัชนีแผ่วลงในเดือนนี้ เนื่องจากในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมามีการเร่งผลิตมาก ทำให้ยังเหลือสต๊อกอยู่จำนวนหนึ่งเพื่อรองรับความต้องการซื้อของลูกค้า ทำให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. จึงขยายตัวลดลง 5.6% เทียบกับการขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.7% ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับการใช้กำลังการผลิตที่มีอัตราการใช้กำลัง 68.8% จากที่เคยสูงถึง 69.3%
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงทุนภาคเอกชนนั้นขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2552
อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มของการลงทุนภาคอุตสาหกรรมยังต่ำกว่าระดับปกติมาก ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการลงทุนภาคเอกชนของไทยเข้าสู่การฟื้นตัวแล้ว แม้ว่าการปล่อยสินเชื่อภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้น 3.3%
“
ขอเวลาในการพิจารณาแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนอีก 23 เดือน จึงจะระบุได้ว่ามีโอกาสที่จะฟื้นตัวหรือไม่ หากยังคงขยายตัวต่อเนื่องไปใน 3 เดือนข้างหน้า การฟื้นตัวอาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับ 50.4 เช่นเดียวกันกับเดือน ธ.ค. โดยความไม่แน่นอนทางการเมืองกลายเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลของนักลงทุนมากที่สุด ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของการลงทุนในระยะต่อไป” นายสุชาติ กล่าวขณะที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนเริ่มทรงตัวในระดับก่อนวิกฤต แม้จะแผ่วลงเล็กน้อยมาติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนแล้วขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.7% ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากรัฐบาลยังคงขาดดุลงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเดือนนี้รัฐบาลขาดดุลเงินสด 4.94 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้น รายได้ของเกษตรกรในเดือนนี้กลับมาขยายตัวดีขึ้นด้วยอัตราเพิ่มขึ้น 13.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ธปท. เห็นว่าจำเป็นต้องติดตามรายได้เกษตรกรต่อไปว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งรุนแรงขึ้นกว่าในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา
ต่อข้อถามที่ว่า หากการเมืองมีความวุ่นวายขึ้นอีกครั้งหลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกระทบในเรื่องการท่องเที่ยวอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า หากเทียบกับเหตุการณ์ในเดือน เม.ย.2552 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวจากปัญหาการเมืองมาก และเป็นนักท่องเที่ยวที่วางแผนการท่องเที่ยวระยะสั้น ทำให้มีโอกาสที่จะยกเลิกการมาเมืองไทยได้หากเกิดปัญหา ขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรป และสหรัฐฯ เป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องวางแผนท่องเที่ยวก่อนหน้าระยะยาว การยกเลิกการมาเมืองไทยจะมีโอกาสน้อย ยกเว้นมีเหตุการณ์รุนแรงจริงๆ
“
ในการประมาณการเศรษฐกิจของธปท.ทุกครั้ง ธปท.ได้ในน้ำหนักปัญหาการเมือง เป็นปัจจัยเสี่ยงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมาตลอด อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้จะต้องรอดูสถานการณทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นอีกระยะ เพื่อจะนำมาพิจารณาเพิ่มหรือไม่เพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทย เช่นเดียวกันหากมีปัจจัยที่ดีขึ้นเช่นการขยายตัวที่ดีกว่าคาดนำไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ก็จะนำมาปรับความเสี่ยงใหม่เช่นกัน โดยการประมาณการเศรษฐกิจครั้งต่อไปของธปท. จะประกาศอย่างเป็นทางการปลายเดือนเม.ย.นี้”






