
แห่ขายLTFรับกำไรอื้อ
กองทุนมีเงินไม่ต้องเทขายหุ้นปี’54ทั้งระบบโต1.8หมื่นล้าน
กองทุนมีเงินไม่ต้องเทขายหุ้นปี’54ทั้งระบบโต1.8หมื่นล้าน
กองทุน LTF เผยเงินสดในมืออื้อ รองรับเงินไถ่ถอนสบาย ไม่ต้องทิ้งหุ้นในตลาด แถมหนี้ยุโรปเสี่ยงสูงไม่โหมซื้อเพิ่ม
นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ซึ่งบริหารจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สูงเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 4.52 หมื่นล้านบาท กล่าวว่า นักลงทุนที่ถือหน่วยลงทุน LTF ครบ 5 ปีปฏิทินได้ทยอยขายกองทุนมาตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.เป็นต้นมา แต่ในสัปดาห์นี้ยอดขายเริ่มลดลง
อย่างไรก็ตาม กองทุนไม่จำเป็นต้องขายหุ้นในตลาดเพื่อหาเงินสด เนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าซื้อกองทุน LTF ค่อนข้างมากและเงินส่วนนั้นก็ยังไม่ได้ซื้อหุ้นเพิ่ม ทำให้กองทุนมีเงินสดในมือ อีกทั้งจากวิกฤตหนี้ยุโรปมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ใกล้ครบกำหนดชำระหนี้ของประเทศในกลุ่มยุโรป ทำให้กองทุนไม่ได้รีบซื้อหุ้นมากนัก
“บางกองมีเงินเข้ามามากปลายปีก่อน ก็อาจแบ่งเงินซื้อหุ้นบางตัวที่ราคาถูก” นายประเสริฐ กล่าว
กรณีที่ตลาดกังวลว่าเงินกองทุน LTF ครบอายุ 2 หมื่นล้านบาท รอขายในปีนี้ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะเงินจะทยอยครบไม่ได้ออกมาในวันเดียว หรือเดือนเดียวพร้อมๆ กันและหากตลาดยังไม่ชัดเจนแต่ละกองทุนก็น่าจะมีเงินสดสำรองไว้
ทั้งนี้ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุน LTF ทั้งระบบสิ้นปี 2554 อยู่ที่ 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,695.44 ล้านบาท หรือ 14.43% จากสิ้นปี 2553 และเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท จากเดือน พ.ย. 2554 โดย บลจ.กสิกรไทย เดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 6,700 ล้านบาท
นายประเสริฐ กล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ปรับตัวลงสะท้อนข่าวความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการโอนหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไปแล้ว จึงยังมีมุมมองที่ดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร และคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากกรณีอิหร่าน
นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทยได้ขยายเวลารับซื้อและสับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดเค สตราทีจิคดีเฟ็นซีฟหุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) ซึ่งลงทุนในอนุพันธ์ได้จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2555 จากเดิม 13 ม.ค.นี้
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า นักลงทุนทยอยขาย LTF ออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีและถือว่าเป็นปีที่นักลงทุนขายกองทุน LTF มากกว่าปีอื่นๆ ส่วนหนึ่งเพราะจากต้นทุนที่ถูกเฉลี่ยดัชนีแถว 600 จุด ทำให้กำไรค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ 1,000 จุด
“เราไม่ต้องขายหุ้นออก โดยช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหมดปี 2554 เตรียมพร้อมสำหรับนักลงทุนที่จะมาขาย LTF คืน และยังมีเงินที่เข้ามาซื้อปลายปีอีก ส่วนเงินซื้อเข้ามาใหม่ยังไม่ค่อยเห็น” นายประภาส กล่าว
บลจ.อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ปี 2554 มียอดเงินลงทุนใน 4 กองทุน ซึ่งเป็น LTF 1 กอง และ RMF อีก 3 กองทุน เป็นเงินรวม 1,072 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี







